ตอนที่ 1 รถตู้คันสุดท้าย โดย วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ

ตอนที่  2 เศษกระจกจากภาวะล่องหนของคนขับรถตู้  โดย อนุกูล เหมาลา

ตอนที่ 3  วิญญาณในป่าไม้เลื้อย  โดย นฆ ปักษนาวิน


 

1.

แล้วก็มีแต่ความมืดเท่านั้นซึ่งโอบกอดสรรพสิ่ง แสงสว่างนั้นมีอยู่จริงแต่มันเป็นเพียงสิ่งชั่วคราวเป็นสิ่งซึ่งมาแล้วจากไป  สิ่งซึ่งไม่ได้ ‘ขับไล่' ความมืด   หากชำแรกแทรกสอดเข้ามาระหว่างความมืดต่างหาก   แสงสว่างจึงเป็นประดุจอวัยวะเพศชายซึ่งชำแรกสู่โถงถ้ำอันมืดมิด และทิ้งเชื้อชั่วร้ายในนามของมนุษย์เอาไว้ในครรภ์ของความมืด   ความมืดจึงน่าจะมีเพศเป็นหญิง  ลึกลับ แปรปรวน ไม่อาจคาดเดาและถูกทำให้เป็นปีศาจ

 

เธอย้ายออกจากห้องเช่า หลังจากเขาตายลงได้ปีครึ่ง ข้าวของหลายอย่างของเขายังคงตกค้างอยู่ในห้องทั้งๆที่เธอคัดเลือกบางส่วนส่งคืนป้าของเขาไปแล้ว แต่เธอก็ยังค้นเจอบางอย่างตอนที่ย้ายออกไป  เธอไม่ได้ร้องให้ในงานศพของเขา และป้าของเขาจ้องมองเธออย่างอาฆาตมาดร้าย เขาตายจากอุบัติเหตุรถตู้ชนรถสิบล้อหลังจากทะเลาะกับเธออย่างรุนแรงในคืนหนึ่ง  มาถึงตอนนี้เธอไม่ได้ติดต่อกับป้าเขาอีกเลย  หนังสือสองสามเล่มที่เขาซื้อ และกางเกงขาสั้นตัวหนึ่งที่ซุกในตู้เสื้อผ้าของเธอถูกทิ้งไว้ในห้องหลังจากเธอย้ายออก  ผู้เช่ารายใหม่เป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามัน  พวกเขาเอาหนังสือพวกนั้นไปถึง กางเกงขาสั้นกลายเป็นผ้าเช็ดเท้า ร่องรอยของเขาเลือนหายชั่วนิรันดร์

 

2.

ความมืดมีคุณสมบัติพิเศษเพราะมันบดบังดวงตาของเราจากทุกสรรพสิ่งประหนึ่งฉาบเคลือบมันเอาไว้  การสัมผัสรับรู้ซึ่งไม่ผ่านดวงตานั้นนำมาซึ่งความหวาดผวาอันลึกซึ้ง รูปทรงของสรรพสิ่งต้องถูกถอดรหัสจากเส้นทางการสัมผัสซึ่งเป็นเหมือนทางเล็กๆที่รกชัฏ  รหัสที่ได้ไม่ชัดแจ้งครบความมันคลุมเครือแลพร้อมจะถูกตีความอย่างผิดเพี้ยนได้แทบทั้งหมด ในความมืดเราถูกทอดทิ้งไว้ในความกลัวซึ่งมีอยู่มาก่อนเก่า ความมืดไม่ได้น่ากลัว แต่ความมืดทำให้ความกลัวแจ่มชัดขึ้นกว่าสิ่งอื่น

 

เขาไม่เคยเรียนรู้เลยว่าในขณะหนึ่งตอนเกิดอุบัติเหตุ เขาได้สาบสูญไปจากเหตุการณ์ราวสองวินาที และนั่นคือเหตุผลอันไม่เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเป็นผู้รอดชีวิตคนเดียวจากเหตุการณ์นั้น เขาไม่ได้ตระหนักเรื่องนี้  เหตุการ์ณถูกสรุปรวบรัดว่าเป็นอุบัติเหตุ เขารอดจากโทษจำคุกหวุดหวิดจากฝีมือทนายของเจ้าของคิว หลังจบเรื่องเขาลาออก พอกันทีงานขับรถตู้ที่ต้องแบกรับชีวิตผู้คน เขากลายเป็นคนตกงานที่อมทุกข์และเศร้าสร้อย เขาดื่มหนักและกลายเป็นภาระของลูกเมีย  บางค่ำคืนที่เมามายเขาเพ้อพร่ำว่าตัวเองน่าจะตายในอุบัติเหตุนั้นเสีย ดีกว่าที่จะปล่อยให้มันกัดกินเขาอยู่เช่นนี้   เมียของเขาหอบลูกหนีไปในคืนหนึ่ง ขณะเขากำลังหลับ  เขาตื่นมาในห้องเช่าที่มีแต่ความว่างเปล่า ก้มหน้าร้องให้อย่าคลั่งแค้น เขาเกลียดคนตายทุกคนที่ทำให้ชีวิตเขาตกต่ำถึงขีดสุด ชิงชังที่ตัวเองไม่ตายตกตามไป เขาเกลียดสายตาอาฆาตแค้นของป้าของคนตายคนหนึ่ง  แค่เพียงเพราะเขาเป็นคนขับเขาต้องรับบทฆาตกรเพื่อให้ทุกคนข่มตาหลับเพราะมันพิสูจน์ว่ามันไม่ใช่ความผิดของพวกเขา  เป้นความผิดของคนขับระยำคนนั้น  มันสมควรนอนคุกเสียด้วยซ้ำ  ความคิดเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวเขาเรื่อยมา  มันกัดกินทั้งในยามหลับและยามตื่น  ตอนนี้เขาสิ้นไร้ไปทุกทางแล้ว นี่คือการใช้กรรมติดจรวดหรือ นี่มันพอหรือยังกับสิ่งที่เกิดขึ้น 

 

มีคนพบศพเขาแขวนคอตนเองห้อยอยู่กับขื่อ  ก่อนตายราวกับภาพทั้งหมดไหลทบย้อนกลับ  ขณะที่เขากำลังดิ้นขลุกขลักสูดหายใจลึกต้านบ่วงซึ่งรัดคอแน่นเข้าแน่นเข้า  ภาพอุบัติเหตุกลับมาสะท้อนในห้วงทรงจำ ร่างของผู้โดยสารหนุ่มซึ่งลอยละลิ่ว ก่อนที่ทุกสิ่งจะดับมืด  ชั่วขณะหนึ่งเขาพบตัวเองในป่าไม้เลื้อย  ราวสองวินาทีก่อนเสียงเหล้กบดประเทกจะกระชากเขากลับไปยังจุดเดิม  พลันภาพชัดของป่าไม้เลื้อยปรากฏขึ้นขณะลมหายใจของเขาขาดห้วง

 

3.

ไม่มีสิ่งใดเหลืออยู่นอกจากความมืดอีกต่อไป ท้ายที่สุดเมื่อแสงแห่งวันลาลับไป โลกก็คืนสู่สถานะดั้งเดิมมนุษย์ผู้โง่เขลาเรียนรู้เกี่ยวกับกองไฟ พวกเขาพยายามอย่างหนักในการยื้อยุดแสงสว่างเอาไว้ให้นานนับนานเพื่อขับไล่ความกลัว พวกเขาเรียนรู้การก่อไฟ การทำเทียน การจุดตะเกียงน้ำมัน  การประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า การพัฒนาหลอดฟลูออเรสเซนต์  พวกเขาทำไปอย่างทึ่มทื่อและโง่งมสร้างแสงเทียมเพื่อทำสงครามกับความมืดอันไม่รู้สิ้น ทั้งหมดนั้นยืนอยู่บนขอบเหวของการพึ่งพาวัตถุดิบจำนวนมาก  มันคือแสงซึ่งเปราะบางและซีดเซียว  ใต้แสงนั้นมนุษย์ผิวซีดราวกับศพ หากทุกคนยังพากันรื่นเริงและเชื่อว่าไม่มีสิ่งใดให้ต้องหวาดผวาอีกต่อไป

 

ผมค่อยๆเลือนจางไปแล้ว หายไปจากความทรงจำของเธอ  ร่างค่อยๆโปร่งบางลอย่างเชื่องช้า คล้ายกับว่าผมกำลังเป็นชายไร้หน้าในป่าไม้เลื้อย ผู้คนเริ่มลืมเลือนผม  กระทั่งเธอที่ผมจดจำได้ดีขึ้นหลังจากตายไปแล้วก็เริ่มลืมเลือนผมไป ความตายทำให้เราจดจำผู้คนได้ดีขึ้น เพราะเราไม่มีความทรงจำใหม่ๆอีกต่อไป ความทรงจำดั้งเดิมถูกหยิบมาใคร่ครวญใหม่อย่างละเอียดลออ ผมเริ่มจดจำสิ่งซึ่งผมจำไม่ได้ตอนยังมีชีวิต  สิ่งละอันพันละน้อยเกี่ยวกับเธอ กลิ่นหอมของเส้นผม รอยชื้นของน้ำตา รูปทรงของร่างกายซึ่งเธอทิ้งไว้บนฟูกนอนยามลุกจากไป ผมเป็นคนบอกเลิกเธอในค่ำคืนนั้น และตอนนี้เธอบอกเลิกกับผมด้วยการลืมเลือนผมไป ส่งคืนความทรงจำเกี่ยวกับกันและกันมาสู่ผม ผมมาถึงจุดที่เป็นผู้รับคืนความทรงจำจากผู้อื่น เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง กระทั่งคนแปลกหน้าที่อ่านเกี่ยวกับข่าวนี้ในหนังสือพิมพ์  ความตายพร่าเลือนและมีสีเขียวของป่า ความตายในรูปร่างอันบุบบู้ของรถตู้คันหนึ่ง กล่าวจากคนเป็นผมคือผีซึ่งสิงสู่อยู่ในซากรถตู้ที่ผมตาย  กล่าวจากคำของชายไร้หน้า ผมกำลังอยู่ระหว่างการหยุดรอสักเล็กน้อย ก่อนจะเดินทางไกล  เขาเรียกสถานที่นี้ว่า ‘เกาะของคนตาย' เกาะซึ่งผู้ตายรอคอยให่ความทรงจำเกี่ยวกับตนเองนั้นเลือนจางลง   เมื่อไม่มีใครจดจำเขาอีก เขาจะกลายเป็นอิสระ   โปร่งบางในแสงสุดท้ายแล้วเลือนสลายไป  ระหว่างนั้นผู้ตายพักอาศัยยังที่ที่เขามีชีวิตอยู่ ดำรงคงในรูปของวิญญาณ

 

เหลือเพียงความทรงจำของผู้เป็นป้าเท่านั้นซึ่งดำรงคงอยู่หลังการตายของชายขับรถตู้  ความทรงจำของคนแปลกหน้านั้นเข้มข้นและกดทับ  วันที่ชายคนขับรถตู้ตาย ผมหายใจไม่สะดวกราวกับส่วนหนึ่งในตัวผมตายลงไปพร้อมกับเขาอีกครั้ง  ชายไร้หน้ากล่าวเพียงว่านี่เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของการจดจำ ลองถ้าคุณได้กระทำสิ่งหนึ่งลงไปแล้ว  มันจะย้อนมาสนองคุณไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  มาในรูปแบบที่เป็นรูปธรรมเห็นได้ชัด  หรือไม่ก็มาในรูปที่คุณไม่มีวันจะเข้าจำได้  ผมเริ่มค้นชิ้นกับสภาพของป่าโดยรอบของซากรถตู้แล้ว เฉกเช่นเดียวที่คุ้นชินกับเขา ผมกำลังเรียนรู้ที่จะกลายเป็นเขา  ด้วยการปะติดปะต่อเศษกระจกแห่งความทรงจำชิ้นแล้วชิ้นเล่า ผมมองย้อนกลับไปยังอดีต  มีเวลาเหลือเฟือที่ผมจะฟูมฟายถึงมัน วัยเด็กอันร้าวเศร้า วัยหนุ่มอันคึกคะนอง  ผมเริ่มจดจำถึงความป่วยไข้ของเธอ และจดจำว่าผมได้กระทำสิ่งชั่วช้าไปมากเพียงใด   ผมจดจำถึงป้าผู้โศกเศร้าของผม  เธอไม่ใช่แม่แต่เป็นคนที่เลี้ยงดูผมมาแต่เล็ก ผมไปจากเธอตอนอายุได้สิบแปดด้วยการโดยสารรถประจำทางมุ่งหน้ามาสู่เมืองหลวง  ทิ้งป้าผู้เศร้าสร้อยกับทุกสิ่งในชีวิตไว้ในห้องแถวเก่าโ?รมและการงานหนักหน่วงไม่รู้จบ  ป้าผู้กัดฟันส่งผมเรียนหนังสือเพื่อที่จะถูกผมทอดทิ้งไว้กับความทรงจำเก่าแก่ เช่นเดียวกันกับเธอ ที่นอนซมหลังกลับจากคลินิคทำแท้ง ผ้าปูที่นอนสีขาวเปื้อนเลือดระทมจากช่องขาของเธอ  วินาทีนั้นเองผมกล่าวลาเธอแล้วเดินจากมา

 

4.

ความมืดคือความมืด ในทางกายภาพความมืดดำรงคงอยู่ เฉกเช่นในทางนามธรรม ความดีงามเกิดจากกาสั่งสอน แต่ความมืดดำนั้นมาจากสัญชาตญาณของเรา  นี้อาจเป็นความคิดทวิลักษณ์ที่อ่อนก้อยและน่าสมเพช ซึ่งได้ผลักสัญชาตญารดั้งเดิมของมนุษย์ให้ผูกพ่วงอยุ่กับความชั่วร้ายจะได้ยึดกุมเอาวาทกรรมความดีงามไว้แต่เพียงผู้เดียวเพื่อปกครอง  แต่เชื่อเถิดว่าความมืดมีอยู่ มันไม่ได้น่ากลัว เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งในเราทุกคน  เราเลือกไม่ได้หรอก  มีแต่รอคอยจะถูกกลืนกินเท่านั้น

 

นั่นคือที่ชายไร้หน้ากล่าวกับผม  ในที่สุดผมเริ่มเข้าใจเกี่ยวกับแบบจำลองของภูติผีแล้ว ผมตาย หลงติดอยในห้วงกาลเดิมๆ  เหตุการณ์เกิดวนซ้ำไปซ้ำมาโดยการสุ่ม  ผมไม่ได้เป็นวิญญาณเร่ร่อนซึ่งกรีดร้องอยู่บนทางด่วยนในยามกลางคืน แต่เหตุการณ์สุ่มอยู่ที่ผมกลายเป็นวิญญาณที่ติดอยู่กับซากรถตู้  พวกเด็กหนุ่มคึกคะนองเดินทางไกลมาพิสูจน์ความกล้าเพื่อจะเห็นผมเดินไปเดินมาอยู่รอบๆรถตู้คันนั้นในป่าไม้เลื้อย  กิจวัตรวนซ้ำ จนในที่สุดผมก็พบว่าที่แท้แล้วผมไม่ได้ค่อยๆกลายเป็นชายไร้หน้า แต่ผมคือชายไร้หน้าในอีกห้วงกาลหนึ่งนั้นเอง ชายไร้หน้าไม่ได้มีอยู่มาแต่ต้น มีแต่ผมเองในห้วงมิติซึ่งแตกต่างกัน  เศษกระจกถูกต่อครบสมบูรณ์แล้ว แต่นั่นไม่ได้นำพาใครไปสู่สิ่งใดทั้งสิ้น

 

 FILMSICK

หนังสือของคนไร้เพศ

posted on 04 May 2009 22:51 by lonesome-cities in FICTION

ตอนที่ 1 ปาริสุทธิ์ : โลกเพิ่งมีอายุ 19 ปี โดย นก ปักษนาวิน
http://lonesome-cities.exteen.com/20071011/entry

ตอนที่ 2 ทฤษฎีจิตวิทยาของปาริสุทธิ์ โดย วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ
http://lonesome-cities.exteen.com/20071104/entry 

ตอนที่ 3 มารดาของปาริสุทธิ์โดย Filmsick
http://lonesome-cities.exteen.com/20080405/entry

ตอนที่ 4 หนังสือของคนไร้เพศ โดย นกฮูก

เขามักแวะมาที่ร้านของผม ร้านเสื้อยืดและร้านศิลปะเล็กๆ ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ยามที่เขาแวะมาเชียงใหม่ทุกครั้ง เขาจะเลือกพักยังโรงแรมเล็กๆ สุดถนน โรงแรมที่ผมเป็นคนออกแบบโลโก้และป้ายบอกทาง ชายหนุ่มอายุ 19 ชายหนุ่มที่ไม่เหมือนชายหนุ่มผู้นี้ คงไม่มีใครเชื่อหากผมจะบอกว่า เขาไม่มีเพศบ่งชี้ ตั้งแต่คราวแรกที่เราพบกัน

ขอได้โปรดฟังก่อน บางทีผมอาจทำหลายคนสับสน จริงๆ เขาพูดกับผมแบบนี้ตั้งแต่คราวแรกที่พบกัน ผมคนไร้เพศครับ
เฮ้ย
! ใครกันเมื่อพบเจอกันในคราวแรก ก็บอกว่าตัวเองไร้เพศ แต่เชื่อเถอะ นี่คือตัวเขาจริงๆ ชายหนุ่มนามปาริสุทธิ์

ผมอาจกล่าวสวัสดี คุณอาจกล่าวทักทาย ฮัลโหล แต่สำหรับเขา
ผมคนไร้เพศครับ

***

ก็ช่างคนอื่น ผมชินเสียแล้ว เขามักตอบแบบนี้เสมอเวลาใครกล่าวถามถึงที่มา และเพศของเขา
ผมก็คิดว่า เขาคงอยากพูดคำอื่น แต่ในประเทศที่เราอาศัยอยู่ ก็คงใช้คำอื่นที่ดีกว่านี้ได้ยาก

ก่อนหน้าที่ผมและเขาจะได้เจอกันจริงๆ ผมได้รับอีเมลจากเพื่อนหญิงของผม ให้จัดการหานักแปล เปลี่ยนสำเนาเรื่องสั้นจำนวน 4 เรื่อง จากต้นฉบับภาษาไทยให้เป็นภาษาฝรั่งเศษ แต่ผมเองไม่ทราบได้ว่าในจังหวัดที่ผมอาศัยอยู่ จะมีใครที่สามารถแปลภาษาฝรั่งเศสที่ว่าได้ (ไม่ได้หมายความว่า ไม่มี แต่ผมเองเป็นคนไม่รู้จักใครเลยในสาขาวิชาชีพที่ว่า ที่พอรู้ก็มีแต่แปลไทยเป็นภาษาอังกฤษ)

ผมได้แต่ตอบกลับเพื่อนหญิงไปว่า คงไม่สามารถหาได้ในช่วงเวลารีบด่วนขนาดนี้ อีกทั้งความสามารถที่ผมพอมีก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานลายลักษณ์อักษรเลย จะพอเกี่ยวอยู่บ้างก็แค่การจัดเรียงรูปคำ ให้มันดูสวยงาม (ในแง่ของภาพ) ผมหมายถึงการออกแบบปกหนังสือ หรือภาพประกอบเรื่อง

หลังจากนั้น 2 วัน เพื่อนหญิงของผมก็โทรศัพท์ มายังออฟฟิศที่ผมทำงานอยู่ สอบถามคิวงาน และวันเวลาที่ผมสะดวก ผมตอบเธอไปแบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า ช่วงนี้ไม่หนักมาก พอลัดคิวได้ แต่อาจเป็นงานที่ไม่ได้ดีอะไรมากมาย หากรับได้ หรือคุยกันก่อน ผมอาจทำให้งานแล้วเสร็จ

***

อาจฉุกละหุกไปหน่อย คือผมต้องรีบใช้แล้ว เขาบอก ผมได้แต่เออ ออ ออกแบบปกไม่น่ายาก วันเดียวก็เสร็จ แต่พอได้อ่านต้นฉบับแล้ว ผมก็อยากถอนคำพูดของตัวเองจริงๆ

อีกชั่วโมงถัดมา ผมก็ได้รับต้นฉบับเรื่องสั้นภาษาไทยขนาด 8 หน้า เอสี่  แนบมาภาษาฝรั่งเศษมาด้วย (ผมไม่ทราบได้ว่าเธอและเขาจ้างวานให้ใครแปล แต่เขาคนนั้นสำหรับผมก็ทำงานได้เร็วมากๆ) เรื่องสั้นทั้งสองภาษาถูกส่งมาทางอีเมล

เรื่องสั้น คล้ายเรื่องยาว ผมคิดว่า มันเหมือนไม่ใช่คนๆ เดียวเขียน แต่ผมก็ไม่ได้พูดออกไป

บอกกันตามตรง เรื่องยากดีทีเดียว ผมอ่านมันหลายรอบมาก เรื่องสั้นว่าด้วยคนไร้เพศ จากสำนวนการแปลของคุณปาริสุทธ์ นักเขียนหน้าใหม่ ที่นั่งตรงหน้าผม (คนไทยหลายคนอาจไม่รู้จักเขานัก ผมเองก็เช่นกัน แต่ในฝรั่งเศส เขาเป็นนักเขียนอันดับต้นๆ)

เราทั้ง 2 นัดเจอกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในจ. ภูเก็ต ใกล้กับโรงแรมที่เขาพักอยู่ ผมเองก็จดบันทึกการพูดคุย ร่างแรก แบบปก ก็ปกติธรรมดา ของการรับงาน เราต้องเค้นสิ่งที่ผู้ว่าจ้างวานต้องการให้ได้มากที่สุด ไม่จำเป็นว่างานไหน งานด่วน งานปกติ ล้วนแล้วต้องรู้ข้อมูลเบื้องต้นทั้งนั้น

นิสัยใจคอ สีที่ชอบ กาแฟที่ดื่ม อาจดูมากไป แต่ผมก็ถาม สังเกตเท่าที่จะทำได้ กราฟิกคนอื่นทำงานอย่างไร ผมไม่อาจทราบรายละเอียด แต่สำหรับการทำงานของผม กาแฟที่เขาดื่มก็บอกได้ว่าเขาชอบงานแนวไหน

ผมหยิบกระดาษเปล่าออกมาจากกระเป๋า ยังไม่ทันทำอะไรต่อ
ผมเชื่อมือคุณครับ เขาบอก ผมยิ้ม อยากให้ออกมาแนวไหนครับ ผมถาม
ไม่อยากให้เรียบเกินไป แล้วก็ไม่อยากให้หวือหวาเกินไป เขาว่า คล้ายๆ อยู่ตรงกลาง ผมเสริม
ประมาณนั้น แต่เดี๋ยว ผมอยากให้มีสีม่วงอยู่ในงานด้วย ชมพูก็ได้ เขาบอก ผมจดบันทึก วาดร่างเป็นภาพ

แล้วอะไรอีกครับที่อยากให้มี ผมถามต่อ ในมือก็ร่างรูปปกแบบอักษร มีชื่อหนังสือวางอยู่กลางกระดาษ แล้ววาดลูกศรไปทางตัวหนังสือตัวสุดท้าย ตัวหนังสือไม่ใหญ่มาก ที่ปลายลูกศรผมเขียนตัวหนังสือเล็กๆกำกับติดว่า ใช้สีม่วง
เขามองแบบร่าง ยิ้ม พอใจ

ผมพยายามร่างแบบร่างบนกระดาษเอสี่ ร่างความคิดของผมกับเขาให้ออกมาเป็นรูปภาพเดียวกันให้ได้ งานยากๆ จะได้ง่ายขึ้น

ผมร่างไปได้สัก 3 แบบก่อนจะวาดต่อ
แบบนี้เลย ผมชอบ เขาว่า และชี้ไปที่แบบร่างที่สาม มันเป็นรูป...(ไว้จะมาเพิ่มรายละเอียดภายหลัง)

งานเขียนเรื่องสั้นของเขาล้วนแล้วแต่เป็นที่มาที่ไป และข้อเขียนอันยากเข้าใจส่วนตัวเขาเอง (สำหรับตัวผม) เป็นเรื่องที่ยากจะทำใจ ยอมรับ และเชื่อ ว่านี่จะเป็นเรื่องจริง ชีวิตของคนจริงๆ คนที่ไร้เพศ และมีแม่ 2 คน อยู่อาศัยแต่โรงแรม ไร้บ้าน เงินทองมากมายมาจากไหนไม่มีใครทราบ

เราคุยกันไม่นานนัก เขาบอกผมว่า ผมอาจพักอยู่ที่นี่อีก 2 วัน คุณทำทันไหม เพราะเดี๋ยวผมก็จะต้องเดินทางไปต่อแล้ว
ทันนะ ไม่น่ามีอะไรแล้ว
แล้วคุณจะไปไหนต่อ ผมถาม
ฝรั่งเศส

เขาตอบห้วนสั้น ผมไม่ถามต่อ ก่อนเราจะแยกย้าย เขาขอเป็นคนเลี้ยงกาแฟ ผมกล่าวขอบคุณ

คิดว่าอีก 2 วัน คนทำทันสบายๆ
ผมส่งแบบไปให้เขาทันก่อนเขาเก็บกระเป๋าจากลา

***

วันนี้ หนังสือเล่มดังกล่าว ก็ยังไม่มีใครเคยเห็น แม้แต่ตัวผมเอง เหตุผลต่างๆ นาๆ ที่เราเองก็สุดจะคาดเดา ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับปัญหาใด แต่คล้ายมีเสียงเล่าลือกันว่า ผู้เขียนไม่มีตัวตนอยู่จริงบนโลกของเรา เขาคล้ายชายจากนอกโลก เดินทางมาเยี่ยม กล่าวทักทาย ผมคนไร้เพศครับ แล้วก็แวบหายจากไป และแม้ว่าเขาจะมีตัวตนอยู่จริง ผมก็คิดเอาเองว่า หากคุณเพ่งจ้องมองไปในกลุ่มผู้คนที่หนาแน่นในเมือง คุณก็ไม่มีวันหาเขาเจอ หากคุณไม่ได้รับการกล่าวทักทายจากเขา คำทักทายประหลาด

หรือว่า ในหน้าประวัติศาสตร์โลก (แบบของเรา) คนไร้เพศนั้นไม่เคยมีอยู่จริง

นกฮูก

ดาดา4

posted on 29 Apr 2009 06:25 by lonesome-cities in FICTION