ถนนแปลกหน้า

posted on 03 Nov 2006 20:31 by lonesome-cities  in WAY

- 1 -

ผมเดินไปบนถนนสีเทา สีเทาเหมือนสีของควันบุหรี่ บุหรี่ที่ผมไม่ได้จุดขึ้นมาสูบ สูบแล้วพ่นควันสีเทา สีเทาเหมือนสีของเมฆหมอกบนฟ้า ท้องฟ้าที่ซ่อนสีสันตัวเองไว้ใต้เมฆฝน ฝนที่กำลังจะตก ตกลงมาไหลลามล้างถนน ถนนที่สีเทาไม่เคยซีดจางลง

ถนนทอดยาวไปบางหนแห่ง บางหนแห่งที่ผมไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน ก่อนการมีอยู่ของผม ผมที่กำลังชื้นสายฝน ฝนที่ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงการมีอยู่ของถนนแปลกหน้า หน้าบ้านของผมเอง

ตึกรามบ้านช่องสองข้างทาง ทางที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงก็เพียงผู้คน ผู้คนที่ผมรู้จักในวัยเยาว์ วัยเยาว์อันแสนงามและหมองเศร้า เศร้าเหมือนตึกรามบ้านช่องเก่าแก่ เก่าแก่จนกลายเป็นซากปรักแห่งอดีตท่ามกลางปูนซีเมนต์ใหม่และบ้านช่องห้องหอสีสันสวยงาม งามในปัจจุบันกาล กาลเวลาที่อดีตไม่กล้าฝันถึงและอนาคตรอคอยเงียบเชียบ เงียบเชียบจนได้ยินเสียงร่ำให้ของบ้านเก่า เก่าเหมือนถนนเส้นนี้

ผมเผชิญหน้ากับถนนจากข้างในบ้าน บ้านที่ผมไม่รู้จักอีกต่อไป ลับดับไปในกาลเวลา เวลาที่ทำให้ผนังกร่อนสีปูนเก่าแตกร้าวหลังคาน้ำตาไหล ไหลลงซึมบนพื้นที่ผมเหยียบยืน ยืนอยู่ในบ้านของตัวเองหรือบนถนนแปลกหน้านั้น

- 2 -

วันนี้ฝนตก ผมเดินจากร้านร้านหนังสือเก่าแก่กลับมาบ้าน โดยไม่มีหนังสือเล่มไหนติดมือมาเลยสักเล่ม หนังสือที่ต้องการยังมาไม่ถึง และที่มาถึงไม่มีสิ่งใดดึงดูดยั่วเย้าผมได้เลย แสงแดดสว่างไสวในยามบ่ายอันร้อนกว่าที่ควรจะเป็นสักเล็กน้อย สัมผัสอุ่นชื้นจากเหงื่อที่ผุดพรายบนแผ่นหลังบนศรีษะ และปลายจมูก ก้มหน้าดุ่มเดินในแสงแดดบ่าย ถนนเส้นนี้หลับตาก็เดินได้ ผมคิดในใจ เพราะผมเดินจากบ้านไปตามทางนี้ทุกวันตลอดระยะเวลา 6 ปีที่เรียนมัธยมในโรงเรียนประจำจังหวัด ร้านหนังสือ 2 ร้าน ร้านขายเทปหนึ่งร้าน และโรงหนังสามโรง ตำแหน่งแห่งที่ สัมผัสอันคุ้นเคย ร่องรอยแห่งวัยเยาว์ของตัวผม ผ่านเลยลับล่วงมานานนักหนา ผมยังคงสัญจรเส้นทางเดิมในบางเวลา เส้นที่ที่ผมคุ้นเคย

เสียงระเบิดวืดหวือลงตรงหัวมุมถนน กัมปนาทก้องไปทั่วรัศมีโดยรอบ เศษฝุ่นปลิวกระจายในสายลม ก้อนปูนเก่าแก่ ปลิวกระเด็นเข้ากระแทกร้านรองเท้าฝั่งตรงข้าม ป้ายบอกชื่อหนังและรอบฉายกระจายหักพังเสียสิ้น ถนนร้างผู้คนคลุ้งคลุมด้วยฝุ่นควันผิดท้องฟ้าจนอับแสงลง ตัวหนังสือมหึมาบอกชื่อโรงอันเคยรุ่งโรจน์เหนือป้ายไฟห้อยร่องแร่ง โครงเหล็กแข็งแกร่งบิดเบี้ยวจนไม่สามารถอ่านตัวอักษรจากเศษซากที่เหลืออีกต่อไป และผมได้แต่ตกตะลึงพรึงเพริด

พลันบ้านเรือนเก่าแก่หลอมละลาย ราวกับไอศกรีมในฤดูร้อน เหล็กดัดลายดอกไม้เปื้อนสนิมไหลราวกับชอคโกแลตที่ทิ้งไว้ในกระเป๋ากลางแสงแดด ป้ายบอกชื่อเลอะเลือนเลื่อนลอย ของเหลวหยุ่นเหนียวที่เคยเป็นบ้านช่องห้องหอ ที่ที่ผมคุ้นเคยเหลวเละไหลลงท่วมข้อเท้าผมจนต้องสะดุ้งโหยงกระโดดหลบ

ร้านหนังสือระเหิดหายไปในอากาศ ราวกับลูกเหม็นเก่าที่เล็กลงเรื่อยๆอย่างรวดเร็ว

หอนาฬิกาที่เดินไม่เคยตรงอันแสนคุ้นเคยนั้น ปริแตกราวถูกขยี้ด้วยมือที่มองไม่เห็น ฉุดรากถอนโคนมันขึ้นจากพื้นดิน เหวี่ยงหวือกระเด็นลิบไปในฟากฟ้า ลอยสู่ห้วงหาวดาวดึงส์อันเป็นนิรันดร์

ทั้งหมดคือความฝันบนถนนสายกลับบ้านของผม ท่ามกลางสายลม ฝุ่นผง แห่งฤดูอันหนาวเหน็บ

-3

สรรพสิ่งเปลี่ยนแปลงแล้ว

ถนนเส้นหนึ่งที่เคยพาคุณกลับบ้าน และเคยนำคุณไปยังดินแดนแปลกหน้า

บัดนี้กลายเป็นถนนนั้นเองที่แปลกหน้า

คุณคิดใคร่โอบกอดอดีต แต่มันไม่ได้ดำรงคงอยู่อีกแล้ว

บ้านหลังหนึ่ง ถนนสายหนึ่ง ชีวิตชีวิตหนึ่ง สุดท้ายล้วนลับเลือนเลื่อนลอย

เส้นทางที่คุณเลือกใช้ พอคุณเดินผ่านไป มันก็กลายเป็นอดีต

บ้านของคุณ ถูกรื้อถอนไปจากความทรงจำแล้วเมื่อวานนี้

และวันพรุ่งนี้ของคุณจะหลอมละลายและระเหยหายไปในไม่ช้า ไม่ต่างจากน้ำเดือดในกาที่ทิ้งไว้บนเตา พวยควันหวีดหวิว สาบสูญหมดสิ้น

เราล้วนเดินอยู่ในความมืดที่ไม่มีอยู่จริง

ถนนสีเทา สายฝนที่พร่างพรม เหงื่อที่ชื้นเย็น ล้วนไม่เคยมีอยู่

และคุณกำลังคิดถึงบ้าน ที่หาทางกลับไม่เจอ หรืออาจไม่เคยมีอยู่

มืดมิดชั่วนิรันดร์

โดย FILMSICK

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่านแล้วอยากให้ทำหนังสั้นจังค่ะ
ชอบบรรยากาศของเรื่องนี้มากฮับ
1. สรรพสิ่งในโลกดำรงอยู่ได้ด้วยการอ้างอิง เปรียบเทียบ และนิยามซึ่งกันและกัน ถ้าพิจารณาให้ดี จะพบว่ามันอ้างอิง เปรียบเทียบ และนิยามซึ่งกันและกัน แบบวนอยู่กับที่ เหมือนงูกินหาง ???

2. แม้กระทั่งตัวเราเอง ดำรงอยู่ได้ด้วยการอ้างอิง เปรียบเทียบ และนิยามโดยสรรพสิ่งรอบตัว นำมาปรุงแต่งเป็นความทรงจำต่างๆ นานา ถ้าสรรพสิ่งรอบตัวหายวับไป จะเกิดอะไรขึ้น ???

3. เมื่อความทรงจำกับความจริง ของสรรพสิ่งรอบตัวเรา มันขัดแย้งไม่ตรงกัน แล้วตัวเราจะดำรงอยู่ที่ตรงไหน ???

#3 By T-A-O-L (203.107.200.184) on 2006-11-16 02:17