รถตู้คันสุดท้าย
posted on 12 Oct 2007 11:14 by lonesome-cities in FICTION
...
จะว่า cliche' ก็คงต้องยอมรับว่าเรื่องนี้มันก็ cliche' จริงๆ นั่นแหละ
แรงเฉื่อยจากการเบรครถอย่างกระทันหัน ทำให้ตัวของผมพุ่งไปข้างหน้า การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในหูอย่างเฉียบพลัน กระตุ้นสัญชาตญาณภายในตัว ทำให้ผมรู้สึกเสียววูบจนต้องสะดุ้งตื่น
สิ่งแรกที่เล็ดลอดผ่านเปลือกตาเข้ามาได้ คือไฟท้ายของรถสิบล้อคันที่อยู่ข้างหน้าพวกเรา มันส่องแสงสีแดงวาบเหมือนเปลวไฟบนกองเลือด
หลังจากการรับรู้แสงสีแดงนั้นแล้ว ทุกอย่างรอบๆ ตัวผมล้วนเปลี่ยนแปลงไป
ผมไม่รู้ว่าคนคิดโฆษณาทีวีของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง รู้ได้อย่างไรว่าในเสี้ยววินาทีสุดท้ายของชีวิต การรับรู้ถึงพื้นที่และเวลาของสรรพสิ่งรอบๆ ตัวเราจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
กฎการเคลื่อนที่ยังคงดำเนินไปเหมือนเดิมนั่นแหละ และธรรมชาติของโลกก็ยังดำเนินไปตามแบบที่เคยเป็นมาตั้งแต่ตอนกำเนิด
คงมีเพียงแค่ภายในจิตใจของผมเท่านั้นที่กำลังเปลี่ยนแปลง จนทำให้รู้สึกเหมือนกับเป็นนักบินอวกาศล่องลอยอยู่ในยานอวกาศที่กำลังเดินทางไปดาวพฤหัส ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว พวกเรากำลังอยู่ในรถตู้ บนทางด่วนลอยฟ้าในกรุงเทพมหานคร กลางคืนวันที่ฝนตกอย่างบ้าคลั่ง
ตัวของผมค่อยๆ หลุดลอยจากเบาะแถวหลังสุดของรถตู้ พุ่งผ่านไปตามช่องว่างของเบาะที่เว้นไว้เป็นทางอย่างเชื่องช้า ผมตีลังกาเอียงไปทางซ้ายทีขวาที จนทำให้สามารถมองเห็นผู้โดยสารครบทุกคน พวกเขามีใบหน้าอันเหยเกจากความตกใจสุดขีด
แผ่นโลหะกระแทกกันดัง "ปัง!"
ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของโลหะที่กำลังบิดงอจนฉีกขาด
ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโวยวายของผู้โดยสารทุกคนดังขึ้นมาพร้อมๆ กัน น่าแปลกใจที่ผมสามารถรับรู้และแยกแยะมันได้หมดเลย ว่าเสียงใดมาจากทิศทางใด เสียงร้องใดออกมาจากปากของใคร
ผมแน่ใจว่าไม่มีเสียงร้องสักแอะเล็ดลอดออกมาจากปากของตัวเอง
ครั้งสุดท้ายที่ผมกรีดร้องโวยวาย หรือร้องห่มร้องไห้นั้นมันผ่านมานานเท่าไรแล้ว ผมจำไม่ได้
I am a rock, I am an island ...
... And a rock feels no pain, and an island never cries.
เพลง I am a rock ของ พอล ไซม่อน และ อาร์ท การ์ฟังเกล ท่อนเริ่มต้นและท่อนจบเขาร้องไว้แบบนี้ และผมก็ท่องจนขึ้นใจเพราะเป็นเพลงโปรด
"คนเราเกิดมาควรจะต้องพัฒนาตัวตนให้มีความแข็งแกร่งดุจหินผา และดำเนินชีวิตอย่างเป็นปัจเจกชนที่สมบูรณ์ดั่งเกาะร้างกลางทะเล" ก่อนจะก้าวขึ้นรถตู้คันนี้จากคิวรถหน้าหมู่ตึกคอนโดฯ เมืองทองธานี ผมเพิ่งจะกล่าวคำนี้กับเธอ แล้วก็เดินออกมาจากห้องของเธอ ที่ตั้งอยู่บนคอนโดชั้น 8
จะเรียกว่าเป็นการเดินออกมาจากห้องของเธอ ก็คงจะไม่ถูกต้องนัก เพราะหลังจากที่บอกเลิกกับเธอ และได้พูดแบบนี้ออกไปแล้ว เธอก็เริ่มสติแตก และร้องห่มร้องไห้ อึดใจต่อมาเธอขับไล่ไสผมออกจากห้อง เธอผลักหลังผมให้พ้นเขตหน้าประตู แล้วปิดประตูกระแทกใส่ดัง "ปัง!" ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของเธอ ดังเล็ดลอดออกจากหลังประตูบานนั้น
หน้าตาเหยเกและเสียงกรีดร้องของเธอ ดูเหมือนกับนังร้ายในละครน้ำเน่าซ้ำซากหลังข่าว
แน่นอนว่าไม่มีน้ำตาสักหยด และไม่มีเสียงร้องสักแอะ จากตัวผมเลย
ผมเดินตัวเบาโหวงเหวงออกจากตึกคอนโด รู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในอากาศ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความรู้สึกโล่งใจ หรือเป็นเพราะความรู้สึกกลวงเปล่าภายในจิตใจ
ฝนกำลังตกหนัก ผมเร่งสาวเท้าไปตามฟุตบาธที่มืดมิด เพื่อไปให้ทันคิวรถตู้คันสุดท้ายของวันนี้
...
The aesthetics of loneliness
edit @ 14 Oct 2007 23:45:49 by คนหนุ่มหนึ่ง
#1 By filmsick on 2007-10-12 11:38