...

 

 ไม่ใช่มีเพียงแค่พวกคุณหรอก ที่มองปาริสุทธิ์ว่าเป็นคนแปลกๆ เพราะตั้งแต่จำความได้ ปาริสุทธิ์ก็รู้สึกตัวแล้วว่าเขาแตกต่างไปจากผู้คนรอบตัว และทุกคนก็ล้วนมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ มาตลอดชีวิต

 เมื่อแม่ทั้งสองนำเขาใส่รถเข็นเด็ก เพื่อพาออกไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ พ่อแม่ของเด็กคนอื่นๆ ก็เดินเข้ามาทักทายตามประสาเพื่อนบ้านกัน พวกเขามักจะยื่นหน้าเข้ามาเล่นหูเล่นตากับปาริสุทธิ์ แล้วก็ถามว่านี่เป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง ทันทีที่แม่ทั้งสองตอบไป พวกเขาจะทำหน้ากระอักกระอ่วนและงุนงง กล่าวคำลาอย่างสุภาพ แล้วก็เดินจากไป

 เมื่อเข้าสู่วัยเรียน ปาริสุทธิ์ยังจำชีวิตในโรงเรียนประถมได้อย่างติดตรึงในใจ ในตอนพักเที่ยง เขาไปยืนอยู่กลางสนามเด็กเล่น รอบตัวมีเด็กรุ่นเดียวกันกำลังเล่นสนุกและส่งเสียงร้องเจี๊ยวจ๊าว เด็กๆ แบ่งกันออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกยืนต่อแถวเพื่อเล่นกระโดดเชือก กลุ่มที่สองกำลังปีนป่ายเครื่องเล่นเด็กที่มีลักษณะเป็นโครงเหล็กพาดไปมา พวกเขากำลังแข่งกันขึ้นไปให้ถึงจุดสูงสุด

 ปาริสุทธิ์ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น โดยไม่ขยับเขยื้อนร่างกาย และไม่ส่งเสียงร้องออกมาสักแอะ เขารับรู้ได้เพียงเวลาที่เดินไปข้างหน้า แต่เขาไม่รู้เลยว่าในระหว่างเวลานั้น ควรจะต้องทำอะไร จนกระทั่งเวลาพักเที่ยงหมดลง เด็กทุกคนวิ่งมาเข้าแถวรวมกัน แล้วก็เดินเข้าห้องเรียนภาคบ่าย

 ไม่ใช่ว่าปาริสุทธิ์จะไม่เดือดเนื้อร้อนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาตระหนักรู้ถึงความแตกต่าง เพื่อนบางคนมองเขาเหมือนว่าเป็นตัวประหลาด เมื่อโตขึ้นมา เขาเลือกที่จะเข้าไปหมกอยู่ในห้องสมุดตลอดช่วงพักเที่ยง และอ่านหนังสือที่เขาคิดว่าจะให้คำตอบกับตัวเองได้มากที่สุด

 พอเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น แทนที่เขาจะเริ่มออกเดทกับสาว ขับรถกินลมและสัมผัสแสงแดดของฤดูใบไม้ผลิ เขาไปนั่งจิบกาแฟปั่นอยู่ริมถนน เฝ้าดูพฤติกรรมของผู้คนที่เดินผ่านไปมา และอ่านหนังสือแนวจิตวิทยาอย่างบ้าคลั่ง

 ฟรอยด์ จุง ลากอง ฟรอมม์ ฯลฯ หนังสือวิชาจิตวิทยาเล่มแล้วเล่มเล่า ปาริสุทธิ์เคยอ่านผ่านตามาหมดแล้ว แต่ไม่มีหนังสือเล่มไหนให้คำตอบและแก้ความสงสัยในเรื่องชีวิตของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 เขาจึงโยนทุกเล่มลงใส่ในเครื่องผสมอาหาร แล้วกดปุ่มปั่นด้วยความแรงสูงสุด แล้วเขาก็ได้ค้นพบทฤษฎีใหม่ ที่จะไขข้อข้องใจ แก้ความสงสัย และให้คำตอบกับความแปลกประหลาดของตัวเขาได้

 ทฤษฎีนี้เขาตั้งชื่อว่า "ทฤษฎีจิตวิทยาของปาริสุทธิ์"

 

 (แผนภาพแสดงโครงสร้างของตัวตน ตามทฤษฎีจิตวิทยาของปาริสุทธิ์)

 ทฤษฎีจิตวิทยาของปาริสุทธิ์ เริ่มต้นการอธิบายที่วันแรกเกิด ในเสี้ยววินาทีที่คนเราหลุดพ้นออกมาจากครรภ์ เนื้อตัวถูกเคลือบไว้ด้วยเมือกลื่นเหนียว ของเลือดและน้ำคร่ำ ตอนนั้นเรายังว่างเปล่า ไม่มีสำนึก ไม่มีตัวตน และเป็นเพียงอวัยวะชิ้นหนึ่งของแม่

 จนเมื่อโดนแสงสว่างมากระทบม่านตา เสียงดังมากระทบกระดูกในหู ความหนาวเหน็บมากระทบผิวกาย และความหิวกระหายครั้งแรกก็เกิดขึ้นเมื่อสายสะดือถูกกรรไกรเย็นเฉียบของหมอตัดขาด

 ระดับออกซิเจนในเลือดลดลงเรื่อยๆ บังคับให้ระบบประสาทอัตโนมัติทั้งร่างกายเริ่มทำงาน กระบังลมบีบรัดตัวเพื่อขับเอาน้ำเมือก เลือด และน้ำคร่ำ ให้หลุดออกจากทางเดินหายใจ แล้วในอีกเสี้ยววินาทีต่อมา มันก็ขยายตัวออกเพื่อดูดอากาศจากภายนอกเข้าสู่ปอด

 ความตื่นตระหนกและหวาดกลัวสุดขีดเป็นครั้งแรกของชีวิต ทำให้เราจะกรีดร้องออกมาตามสัญชาตญาณ ไม่ต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ

 จบสิ้นไปแล้ว ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยเมื่อตอนอยู่ในครรภ์ ในอีกไม่กี่วันหลังจากกลับมาจากโรงพยาบาล หลังจากการที่ต้องเผชิญหน้ากับสภาพแวดล้อมภายนอกอันโหดร้ายทารุณ จะบีบบังคับให้เราค่อยๆ ยอมรับความเป็นจริงของโลก ว่าเราไม่ใช่อวัยวะชิ้นหนึ่งของแม่อีกต่อไป แต่เป็นสิ่งมีชีวิตหน่วยหนึ่ง ที่แยกออกจากสรรพสิ่งรอบกาย เต็มไปด้วยความเจ็บปวดทรมาน ความต้องการ หิวกระหาย และการเรียกร้อง

 ฉันหิว ฉันหนาว ฉันกลัว ช่วยฉันด้วย

 ... ทุกครั้งที่ปาริสุทธิ์กรีดร้อง แม่ทั้งสองคนจะต้องวิ่งเข้ามาหาเขา ...

 ตัวตนของปาริสุทธิ์ และของคนเราทุกคนเกิดขึ้น ณ จุดนี้เอง

 ความสุขแรกที่ปาริสุทธิ์ได้รับ หลังจากที่เขาเกิดมาและตระหนักถึงตัวตนแล้ว คือการได้ใช้ปากดูดกินอาหาร เพื่อมาทุเลาความหิว ความสุขที่สองที่ปาริสุทธิ์ได้รับ คือการได้ขับถ่ายกากอาหารออกทางรูทวารหนัก เพื่อทุเลาความอึดอัดทรมานภายในร่างกาย

 ในขั้นตอนนี้ ปาริสุทธิ์ยังคงมีพัฒนาการของชีวิตไปตามปกติ เหมือนกับคนอื่นๆ ทุกคนในโลก ความแตกต่างเกิดขึ้นในช่วงขั้นตอนหลังจากนั้นเป็นต้นมา

 เวลาผ่านไป ใบไม้หลุดร่วงจากลำต้น หิมะโปรยปรายลงจากท้องฟ้า แล้วแสงแดดก็สาดส่องเล็ดลอดม่านหน้าต่างเข้ามา อากาศก็ค่อยๆ อบอุ่นขึ้น ถึงแม้ในตอนนั้น เขาจะยังจำความไม่ได้ แต่จิตสำนึกเริ่มทำงาน ตัวตนของเขาค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาแล้ว

 เด็กชายปาริสุทธิ์เพลิดเพลินกับความสุขที่มีของเหลวไหลเข้าปาก และไหลออกจากรูทวาร แม่ทั้งสองคนทำหน้าที่เลี้ยงดูประคบประหงมเขาอย่างดีเยี่ยม จนเขาหลงคิดไปว่าตัวตนของเขาเต็มเปี่ยมสมบูรณ์แบบแล้ว

 ดังนั้น ถึงแม้ว่าทุกครั้งที่แม่ทั้งสองช่วยกันอาบน้ำและเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เขา เขามองเห็น "เดือย" เล็กๆ ยื่นออกมาตรงหว่างขา แต่เขาไม่เคยเอะใจสงสัยเลย ว่ามันคือ "สัญลักษณ์" ของอะไร

 ตัวตนทางด้านเพศของปาริสุทธิ์ไม่ได้จบสิ้นลง ณ จุดนี้ แต่มันไม่เคยเกิดขึ้นเลยต่างหาก

 การมีแม่สองคน และการได้พบเจอแต่แม่สองคนนี้มาตลอดเวลาเนิ่นนาน โดยไม่เคยเจอใครอื่นมาก่อนเลย ทำให้ปาริสุทธิ์คิดว่าตัวตนทุกตัวตนในโลกนั้น ถึงแม้จะแยกขาดจากกัน แต่ทุกตัวตนล้วนเหมือนกันหมด

 สรรพสิ่งในโลกของเราแต่ละคน ดำรงอยู่ได้ด้วยการรับรู้ถึงความแตกต่าง ตัวอย่างเช่น เรารู้ว่ามีตัวเราก็เพราะมีคนอื่น เรารู้ว่ามีขาวก็เพราะมีดำ เรารู้ว่ามีดีก็เพราะมีเลว เรารู้ว่ามีรวยก็เพราะมีจน ฯลฯ ความแตกต่างของสรรพสิ่งได้รวมตัวกันเข้าเป็นโครงข่ายของระบบสัญลักษณ์ขนาดมหึมา ซึ่งก็คือโลกของเราแต่ละคน

 ความเป็นเพศหญิงและชายก็เช่นเดียวกัน ปาริสุทธิ์ไม่รู้ว่ามีความแตกต่างของเพศอยู่ เขาก็จะไม่รู้ว่ามีเพศอยู่เลย

 ถึงแม้ว่าในเวลาต่อมา เมื่อเขาเติบโตขึ้น จนตั้งไข่เดินได้ เริ่มต้นหัดพูดภาษาฝรั่งเศสและไทย และได้ออกจากบ้าน ไปพบเจอผู้คนมากมายรอบตัว เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมชั้นเรียน เรียนรู้เรื่องราวของโลกรอบตัวมากมายเหมือนเด็กคนอื่น

 เขาค่อยๆ ได้เรียนรู้ตัวตนด้านอื่นๆ ของตนเองครบถ้วน เขาเป็นลูกครึ่ง มีแม่คนหนึ่งเป็นไทย แม่อีกคนหนึ่งเป็นฝรั่งเศส เขาเกิดมาด้วยวิธีผสมเทียม แม่ทั้งสองของเขามีฐานะปานกลาง เป็นชนชั้นกลางอาศัยอยู่ในฝรั่งเศส เขามีการศึกษาดี หน้าตาดี ร่างกายแข็งแรง มีฐานะทางสังคมมั่นคง ฯลฯ

 ปาริสุทธิ์พบว่าตัวตนด้านอื่นๆ ของเขาชัดเจน แจ่มแจ้ง ครบถ้วน ในขณะที่ตัวตนด้านเพศของตัวเขานั้นกลับว่างเปล่า

 ทั้งๆ ที่มันควรจะต้องเป็นระบบสัญลักษณ์ที่สำคัญและแข็งแกร่งมากที่สุดของเราแต่ละคน เป็นรากแก้วของตัวตน ที่จะให้ตัวตนด้านอื่นๆ มายึดเกาะและเติบโตต่อไป ซึ่งจะเกิดขึ้นได้เฉพาะในช่วงที่คนเรายังแบเบาะอยู่ และจะหยั่งรากลงลึกที่สุดในตัวตนของเรา

 ปาริสุทธิ์จึงไม่มีเพศ และโลกของปาริสุทธิ์ก็ไม่มีเพศด้วย

 

 (แผนภาพแสดงโครงสร้างตัวตนของปาริสุทธิ์)

 อย่างไรก็ตาม ปาริสุทธิ์ไม่เคยถือโทษโกรธแม่ทั้งสองคนของเขาในเรื่องนี้เลย สำหรับเขาแล้ว การมีเพศหรือไร้เพศนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ ไม่มีผลกระทบหรือความเปลี่ยนแปลงใดๆ ในชีวิต

 ก็แน่นอนอยู่แล้ว สำหรับสิ่งใดๆ ที่เราไม่เคยมีมาก่อนเลยในชีวิต เราก็ย่อมไม่รู้สึกว่าสิ่งนั้นขาดหายไปจากชีวิต จริงไหมล่ะ?

 ถึงแม้ว่าพวกเพื่อนสมัยประถมชอบล้อปาริสุทธิ์ว่าเป็นกระเทย แต่เขาไม่เคยอาย ไม่เคยร้องไห้ ไม่เคยฟ้องแม่หรือครู เขาเองรู้ตัวดีว่าไม่ใช่กระเทย เขามีเดือยที่ตื่นตัวได้ เมื่อไปสัมผัสถูไถมันอย่างถูกวิธี

 ปาริสุทธิ์มาสเตอร์เบทสำเร็จครั้งแรก ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นประถมด้วยซ้ำ แต่ในระหว่างที่มาสเตอร์เบท เขาไม่ได้จินตนาการไปถึงเพื่อนสาวหรือเพื่อนชายคนใดเลย

 เขารู้ดีว่าความเป็นเพศ กับความรู้สึกทางเพศ นั้นมันเป็นคนละเรื่องกัน

 ชีวิตและโลกของเขาดำเนินมาอย่างปกติ (สำหรับเขาเอง) เขาเรียนจบวิทยาลัย โดยยังหางานทำไม่ได้และไม่อยากเข้าเรียนต่อที่ไหน เขาโสดสนิทและไม่เคยออกเดทกับสาวหรือหนุ่มคนใด ในแต่ละวันเขานอนอยู่กับบ้าน ขลุกอยู่แต่ในห้องนอน หรือไม่ก็ออกไปข้างนอก นั่งจิบกาแฟปั่นอยู่ที่ร้านกาแฟริมถนน เฝ้ามองผู้คนเดินผ่านไปมา และอ่านหนังสืออย่างที่เคยทำมาตลอดสิบกว่าปี

 จนกระทั่งเวลา 8.00 น. ของเช้าวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา บ้านของเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ตามมาด้วยเสียงระเบิดดังราวกับฟ้าถล่ม

 เครื่องยนต์ไอพ่นของเครื่องบินโดยสาร ขนาดใหญ่พอๆ กับรถบรรทุกคอนเทนเนอร์ขนาดยักษ์ น้ำหนักคงจะหลายพันกิโลกรัม หล่นลงมาจากฟากฟ้าใส่หลังคาบ้านของเขา ตรงกับห้องนอนของแม่ทั้งสองพอดิบพอดี

 โลกของปาริสุทธิ์พังถล่มลงมาพร้อมกับบ้าน การตายพร้อมกันอย่างกระทันหันของแม่ทั้งสองคน ทำให้ตัวตนทั้งหมดทุกด้านของปาริสุทธิ์ล้มครืนลงมา

 เมื่อไม่มีความเป็นเพศเป็นรากแก้วหยั่งลึกเพื่อให้ตัวตนอื่นๆ มายึดเกาะไว้ และแถมแม่ยังมาตายไปพร้อมๆ กัน ปาริสุทธิ์ก็ไม่ความดำรงอยู่อีกเลย เขาไม่ใช่ลูกของใคร ไม่มีงานทำ ไม่มีแฟน ไม่มีเพื่อนฝูง ไม่มีใครยืนยันความมีอยู่ของตัวเขาได้ แม้แต่ตัวของเขาเอง ทั้งเชื้อชาติ ชนชั้น การศึกษา ฐานะ ฯลฯ ตัวตนทุกด้านที่เหลือล้วนไร้ความหมาย

 ปาริสุทธิ์เก็บกวาดสิ่งของเท่าที่จะพอเก็บได้ ยัดใส่กระเป๋าเป้ ถอนเงินฝากออกจากบัญชีของแม่ทั้งสองคน ปิดบ้านที่พังไปครึ่งหลังนั้นไว้ แล้วออกเดินทาง โดยที่เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมจะต้องเดินทาง และจะเดินทางไปไหน

 สิ่งที่เหลืออยู่ในเวลานี้ คือเงินมรดกก้อนหนึ่ง และการเดินไปตามเส้นกราฟเส้นเดียว ตั้งแต่เกิดจนตาย

 ไม่มีเลยสักแว้บ ที่เขาคิดอยากจะกลับไปซ่อมแซมบ้าน และไม่คิดอยากจะซื้อบ้านใหม่ เพราะในเมื่อเขาเป็นคนไร้เพศ เขาก็ไม่มีบทบาททางเพศที่จะต้องแสดงตาม เขาไม่คิดเรื่องสร้างครอบครัว เป็นหัวหน้าครอบครัว ไม่อยากซื้อบ้าน ไม่คิดลงหลักปักฐาน แถมในหัวของเขายังไม่มีคอนเซ็ปต์เรื่องครอบครัวอยู่เลยด้วยซ้ำ

 ในที่สุด เขาค้นหาทางออกให้กับชีวิตได้ ด้วยการนอนตามโรงแรมในเมืองที่เขาเดินทางไปถึง

 ไม่มีเลยสักแว้บ ที่เขาคิดอยากจะแต่งงาน หรือมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น ไม่ว่าหญิงหรือชาย เพราะในเมื่อเขาเป็นคนไร้เพศ เขาก็ไม่มีบทบาททางเพศที่จะต้องแสดงตาม เมื่อเกิดความต้องการทางเพศ ก็เพียงแค่บำบัดมันด้วยตัวเอง เสร็จแล้วก็ออกเดินทางต่อไป

 เขากระหายใคร่รู้เหลือเกิน ว่าบนเส้นกราฟนี้ เขาจะได้เจออะไร ได้เรียนรู้อะไร และมันจะไปสุดทางที่ตรงไหน วันไหน

 ความสุขจากโฟมล้างหน้า คือสิ่งใหม่ที่เขาได้ค้นพบจากการเดินทาง โฟมล้างหน้านั้นแตกต่างจากสบู่ เมื่อคุณถูตัวด้วยโฟมล้างหน้า มันจะให้ความรู้สึกลื่นเหนียวกว่าสบู่ ยิ่งถูก็ยิ่งลื่นเหนียว ยิ่งลื่นเหนียวก็ต้องยิ่งถู ถึงแม้จะเปิดน้ำฝักบัวเพื่อชำระล้างมันออกไปเพียงใด มันก็ยังคงเป็นเมือกลื่นเหนียวติดตามลำตัว

 ปาริสุทธิ์ลูบไล้ตัวเองอยู่ใต้ฝักบัวอยู่นาน พร้อมทั้งจินตนาการถึงวันที่ตัวเขาเพิ่งหลุดออกมาจากครรภ์ของแม่ ในตอนนั้นเนื้อตัวของเขาก็คงเต็มไปด้วยเมือกลื่นๆ เหนียวๆ แบบนี้แหละ

 เขาเกิดมาจากไข่ของแม่ชาวฝรั่งเศส นำไปผสมเทียมแล้วฝังไว้ในครรภ์ของแม่ชาวไทย แม่ทั้งสองคนตายจากเขาไปแล้ว

 จนถึงวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝรั่งเศสที่มาทำคดีเครื่องยนต์ไอพ่นตกใส่บ้านเขา ยังสืบหาไม่ได้เลยว่ามันหล่นมาจากเครื่องบินลำใด สิ่งของชิ้นใหญ่ขนาดนี้ จู่ๆ มันหล่นมาโดยไม่มีสาเหตุ ไม่มีที่มาที่ไปได้อย่างไร มันควรจะต้องมาจากที่ไหนสักที่ไม่ใช่เหรอ?

 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมันทำให้ชีวิตเขาต้องกลายเป็นแบบนี้ มันต้องมีที่มาสิ

 ปาริสุทธิ์ทรุดลงกับพื้น เขานอนขดตัวอยู่ใต้กระแสน้ำที่ตกจากฝักบัว สัมผัสได้ถึงความรู้สึกอบอุ่นและเปียกชุ่ม มีเมือกลื่นเหนียวห่อหุ้มตัวของเขาไว้ ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับเข้าไปในครรภ์ของแม่อีกครั้ง

 ก่อนที่เขาจะมาอยู่ตรงนี้ เขาจะต้องอยู่ที่ไหนมาก่อน

 ครรภ์ของแม่ชาวไทย ไข่ของแม่ชาวฝรั่งเศส แล้วตัวอสุจิล่ะมาจากไหน? จู่ๆ มันหล่นมาเหมือนกับเครื่องยนต์ไอพ่นเครื่องนั้นหรือ? ไม่สิ! มันต้องมีที่มาด้วยสิ

 ถ้าเขาค้นหาที่มาของอสุจิตัวนั้นได้ บางทีเขาอาจจะกอบกู้ตัวตนทั้งหมดกลับคืนมาได้ ตอนนี้เขาได้ตั้งจุดหมายของการเดินทางครั้งนี้แล้ว

 

... 

 

the aesthetics of loneliness

 

 หมายเหตุ  
 - ทฤษฎีจิตวิทยาที่นำเสนอในนี้ เป็นการรวบรวมจากแหล่งต่างๆ แบบคร่าวๆ และมั่วๆ อย่ายึดถือเป็นจริงเป็นจัง และนำไปอ้างอิงไม่ได้ 
 - พล็อตเรื่องเครื่องยนต์ไอพ่นของเครื่องบินตกใส่บ้าน นำมาจากหนังเรื่อง Donnie Darko

 

 

edit @ 4 Nov 2007 13:40:14 by คนหนุ่มหนึ่ง

Comment

Comment:

Tweet

#17 By joyle (115.67.95.115) on 2009-11-06 00:08

ชอบบทความนี้คะbig smile

#16 By devil_emiii (210.1.3.18) on 2009-01-22 16:29

สสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส

#15 By (61.7.150.170) on 2008-12-12 17:19

หนุกดี ชอบๆ

#14 By sakurasung (119.42.69.194) on 2008-11-27 01:42

หนุกดี ชอบๆ

#13 By sakurasung (119.42.69.194) on 2008-11-27 01:39

หนุกดี เหมือนนิยายเลยอ่ะ

และมันก้อเหมือนจิดพัฒที่เรียนเลย

โครงเดียวกัน

#12 By ~rain_sakura~ (202.44.136.194) on 2008-11-27 01:19

รูปนี้มาจากเรื่องรักแห่งสยามใช่ปะ

#11 By oo (158.108.2.10) on 2008-03-14 20:52

อยากให้รวมเล่มเร็วๆละกันคร้าบ
จะได้อ่านแบบเต็มอิ่ม

#10 By นายเวลา on 2008-02-03 19:48

ขอบคุณสำหรับคำอธิบาย...ฮืม ทำให้หายหงุดงิดได้เยอะเลยทีเดียวเกี่ยวกับเรื่องเพศของปาริสุทธิ์

#9 By อนันตา on 2007-11-28 14:08

เรารู้ว่าเขาพูดได้ 2 ภาษา(เป็นอย่างน้อย) แต่อยากรู้(อีกหน่อย)เหมือนกันว่าปาริสุทธิ์เลือกคิดเป็นภาษาอะไร
คงเป็นเพราะเขาเกิดในสิ่งแวดล้อมที่เป็นภาษาฝรั่งเศสที่มีการแบ่งเพศชัดเจนน่ะ

รู้จักปาริสุทธิ์ขึ้นอีกเยอะ ตื่นเต้นดีนะ


#8 By myblackcomedy (202.139.223.18) on 2007-11-06 00:43

อยากให้พิมพ์เป็นเล่มเร็วๆจัง

#7 By ~abluesapphire~ (125.26.4.157) on 2007-11-05 15:34

คงต้องเขียนต่อเรื่องนี้เข้าสักวัน ดูยากจริงๆ

#6 By นกฮูกดีไซน์ on 2007-11-05 00:34

หวังว่าสักวันคงได้อ่านรวมเล่ม ชอบมากค่ะ

ปล.กำลังสงสัยว่า ถ้าเป็นเรื่องจริง
ปาริสุทธ์จะอดทนต่อแรงขับดันทางเพศได้จริงๆหรือ
หมายถึง จะช่วยเหลือตัวเองไปตลอดโดยที่ไม่ต้องการ
สัมผัสจากร่างกายมนุษย์สักคนได้จริงๆ?embarrassed

#5 By daranee on 2007-11-04 16:00

อ่านได้เพลินอย่างน่ากลัวค่ะ confused smile

#4 By แก้ว on 2007-11-04 15:47

ชอบ(บทความ)ค่ะ big smile

#3 By Airin on 2007-11-04 14:36

ชอบอีกแล้ว
big smile

#2 By chubbyhole on 2007-11-04 14:03

ตกลงปาริสุทธิ์ไร้เพศใช่ป่ะคับ
คือหมายถึง asexual หรือครับ

แปลกดีเนอะครับ

เชียร์ๆ เชียร์ปาริสุทธิ์ การเดินทางบนกราฟแกน Y

(แกนแนวตั้งไงคับ ไม่ใช่ Y อย่างอื่น question )

Tags