มารดาของปาริสุทธิ์

posted on 05 Apr 2008 00:18 by lonesome-cities in FICTION
 

 

บทที่  1 :  ปาริสุทธิ์ โลกเพิ่งมีอายุ 19 ปี โดย NP

http://lonesome-cities.exteen.com/20071011/entry

 

บทที่  2 : ทฤษฎีจิตวิทยาของปาริสุทธิ์  โดย วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ

http://lonesome-cities.exteen.com/20071104/entry

 

บางทีการมองดูลูกชายของตัวเอง ก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนมองดูสัตว์ทดลอง มาร์เกอริต เผลอไผลคิดเช่นนั้นบ่อย ๆ ตลอดระยะเวลา 19 ปี ตั้งแต่เด็กน้อยถือกำเนิดขึ้นมา   เธอรู้สึกเหมือนกำลังจ้องมองบางสิ่งที่ไม่ได้เป็นของเธอ  นอบ เป็นคนที่อยากมีลูก มันคือการทดลองบางอย่างของเราสองคน เกี่ยวกับเพศ ซึ่งไม่ได้หมายถึงอวัยวะเพศ เธอรักเด็กคนนี้เด็กที่เธอเลี้ยงดูมากับมือ เด็กที่ทำให้เธอฝันถึงดินแดนร้อนชื้นในเขตตะวันออกเด็กที่ไม่ได้เป็นของเธอเด็กที่เป็นเหมือนสัตว์ทดลอง บางทีเธออาจจะไม่เคยรักปาริสุทธิ์ เขาเป็นเพียงตัวแทนบางสิ่งของเธอกับนอบ หรืออาจะของเธอกับอดีตที่ผ่านพ้น เธอไม่อาจรู้ได้  ความรักนั้นช่างลึกลับ

 

เธออาจะคิดแบบนั้นก่อนเธอจะตาย ชิ้นส่วนของเครื่องบินเจท ตกใส่หลังคาบ้าน เรื่องน่าสมเพชและชวนหัวมากกว่าตกตะลึงหรือเศร้าสร้อย เธอและนอบตายในซากบ้านสีขาวที่มีสวนสวยนั้น และตอนนี้ปาริสุทธิ์เร่ร่อนอยู่ในประเทศไทย เธออาจะรำพึงจากหลุมศพสงบใต้ต้นไม้ คิดถึงลูกที่มีไข่ของเธอ สเปริ์มของคนไม่รู้จัก และเติบโตในครรภ์ของนอบ นอบเลือกที่จะไม่ฝังร่างพร้อมกับเธอ  นอบอยากกลับไปที่บ้านอยากให้เถ้ากระดูกของเธอจมหายไปในน้ำโขง น้ำโขงที่ครั้งหนึ่งมาเกอริต เคยหลงรัก  เธอเองก็เคยเกือบจมหายไปในสายน้ำสีเข้มนั้นด้วย วันที่เรือข้ามฟากล่ม  ตอนนั้นเธอยังเยาว์ อาศัย อยู่กับแม่เจ้าอารมณ์ของเธอ ในดินแดนลึกลับ  ทั้งๆที่ฝรั่งเศสไม่ได้ครอบครองดินแดนแถบนั้นอีกแล้ว แม่เธอกลับยังอยู่ ในฐานะคนขาว เจ้าอาณานิคมผู้น่าสมเพช ในดินแดนที่ลุกเป็นไฟ

 

ปาริสุทธิ์ฝันถึงแม่ในโรงแรมที่ทุกอย่างเป็นสีขาว เขาน่าจะฝันถึงนอบ แม่ที่ตั้งท้องเขา แม่ที่เถ้ากระดูกยังสงบนิ่งอยู่ในเป้ บางทีถ้าปาริสุทธิ์ตรงดิ่งไปทางอีสาน โปรยเถ้ากระดูกของแม่ลงในแม่น้ำ เขาอาจจะกำลังหลับอยู่บนเครื่องบินกลับสู่บ้านที่ไม่มีอยู่อีกแล้ว  แต่เขาไม่ได้ทำเช่นนั้น เขากลับเดินทาอย่างไร้จุดหมายมาจนถึงปัตตานี  ที่ที่ไม่ใกล้เคียงแม่น้ำโขงเลยสักนิด แต่ในโรงแรมอันร้อนอ้าวนั้นเขาหลับแล้วฝันถึงมาเกอริต ในความฝัน แม่ของเขาอายุสิบห้า ฝรั่งเศสยังครอบครองอินโดจีน ที่จริงแล้วแม่เกิดหลังจากนั้นยาวนาน  หลังสงครามสงบด้วยซ้ำ บางทีสิ่งที่เขาฝันไม่ได้เกี่ยวกับแม่ หากคือความฝันของแม่ต่างหาก  แม่ผู้ฝันว่าตัวเองเคยอยู่ที่นั่นที่ที่เต็มไปด้วย ดินเอือดเค็ม  ที่ที่น้ำจากมหาสมุทรจะไหลมาท่วมทับต้นกล้าในทุกฤดูเก็บเกี่ยว เขาฝันเห็นแม่ของเขา อายุสิบห้าในกระโปรงผ้าฝ้ายสีมอที่เปื่อยเก่า แม่นอนอยู่บนพื้นบังกะโล เหงื่อไหลซึมทั่วร่าง จนกระโปรงผ้าฝ้ายนั้นแนบลำตัว แม่อาจแบะคอเสื้ออก  เขาเห็นเนินอกที่เล็กจนเหมือนเด็กผู้ชาย  หัวนมสีชมพูกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหายใจ   บางทีปาริสุทธิ์ก็เกิดอารมณ์เพศกับภาพของแม่ในฝันนั้น   ความรู้สึกทาเพศแยกขาดจากการไร้เพศ เขารู้สึกถึงริมฝีปากอุ่นและฝาดขม รอบจูบกลิ่นมะม่วงดิบ   เด็กสาวที่เหงื่อซึม เขาตื่นขึ้นมา รู้สึกว่างโหวงในอก แม่ของเขา บัดนี้นอนสงบในหลุมฝังศพ มีแต่เขา และแม่นอบ เถ้าธุลีในกระเป๋าซิบหน้าของเป้

 

สิ่งที่ทำให้มาเกอริตร้าวรานใจที่สุดคือปีที่สิบห้าของปาริสุทธิ์ ตอนนั้นเขาดูเป็นคนเอเชียอย่างชัดแจ้ง ซึ่งคงเป็นผลจากพ่อที่ไม่รู้ชื่อของเขา  อายุสิบห้าเท่ากับอายุของเธอตอนที่พบเจอชู้รักชาวจีน บนเรือข้ามฟาก เขาเป็นชายหนุ่มร่างผอมเกร็ง เค้าหน้าของปาริสุทธิ์ทำให้เธอร้าวราน เธอไม่ได้รักชายชาวจีนคนนั้นแต่เขาฝังลึกอยู่ในความทรงจำของเธอ บ่ายที่อากาศร้อนร่างชื้นเหงื่อ และประสบการณ์ทางเพศอันวาบหวาม เป็นเส้นๆตามริ้วแสงแดดที่ลอดบานเกล็ดลงมา ตอนนี้เธออยู่ไกลมากจากเรื่องแบบนั้นความสัมพันธ์ผิดทำนองคลองธรรมแบบนั้น  เธอเลิกเชื่ออะไรเช่นนั้นไปแล้ว ความมีเพศกลายเป็นเพียงเรื่องล้าหลังของคนยุคดึกดำบรรพ์   แต่ก็นั่นเอง เธอจึงร้าวรานใจเพราะปาริสุทธิ์ดูเป็นชาย มากจนทำร้ายเธอ 

 

ปาริสุทธ์ตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกผิดเขานั่งนิ่งอยู่ในความมืด จ้องมองออกไปในเมืองปัตตานีอันเร้นลับ ความมืดสนิทเหมือนงูร้ายในดินแดนที่ถูกทำให้กลายเป็นแดนสงคราม ปาริสุทธิ์คิดถึงแม่   หากมาเกอริตยังมีชีวิตอยู่ แม่คงบังคับให้เขาเขียนจดหมายหาเธอ  บอกให้เขาเขียนเป็นภาษาอังกฤษ หลีกเลี่ยงไวยากรณ์เกี่ยวพันกับเพศแบบฝรั่งเศส แม่มีคอมพิวเตอร์สำหรับเขียนหนังสือที่บ้าน แต่เธอจะไม่ยอมให้ลูกชายของเธอเขียนหาเธอผ่านอีเมลล์ เป็นแน่แท้  มันมีกลิ่นของกระสุนปืน  แกไม่มีทางรู้เลยว่าฉันรู้สึกยังไงถ้าต้องอ่านจดหมายของแกเจือกลิ่นเหล็กร้อนพวกนั้น มันทำให้ฉันนึกถึงสงคราม  แม่ต้องพูดแบบนั้น

 

ตอนมีสงครามแม่ยังไม่เกิด แม่น่าจะเกิดและมีชีวิตอยู่ในคาบสมุทรอินโดจีนในช่วงปลายทศวรรษที่ห้าสิบ  แม่กลับไปปารีส หลังจากนั้น   แม่อยู่ร่วมในการจราจลปี 69   แต่แม่มักพูดถึงสงครามที่แม่เกิดไม่ทัน ราวกับแม่อยู่ที่นั่นมาตั้งแต่ก่อนสงคราม ราวกับจิตวิญญาณของคนที่ตายในยุคล่าอาณานิคม ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง กระทั่งในช่วงสงครามเวียดนาม(ที่แม่กลับมาอยู่ฝรั่งเศสแล้ว) ไหลเวียนอยู่ในเลือดของแม่

 

บางทีเขาควรจะคิดถึงแม่นอบในคืนอื่นๆ อาจจะเป็นพรุ่งนี้ ซึ่งเขาไม่มีทางรู้ได้  เช่นเดียวกับที่เขาไม่มีทางรู้ว่าการเดินทางอันยาวนานนี้จะไปสิ้นสุดตรงไหน เด็กหนุ่มไร้เพศอายุสิบเก้าเดินทางมาอินโดจีนเพียงลำพัง ไม่มีบ้านให้กลับไป มีเพียงเงินค่าลิขสิทธิ์หนังสือของแม่ในธนาคาร  แม่ที่ตายลงไปโดยไม่ได้กล่าวลา  เขาไม่มีบ้านในแผ่นดินของแม่คนหนึ่ง ตอนนี้เขามายังแผ่นดินของแม่อีกคนหนึ่งไม่ใช่เพื่อฝังรากแต่เพื่อบอกลาทั้งๆที่ยังไม่รู้จัก เอาเถ้ากระดูกสีขาวของแม่มาโปรยลงในแม่น้ำโขง  ดินแดนอันเร้นลับ ที่เขาไม่รู้จัก  ประวัติศาสตร์ อันเร้นลับที่เขาไม่รู้จัก  เขาอาจคิดถึงแม่นอบ และครอบครัวของแม่ที่เป็นคนไทยแม่นอบเคี่ยวเข็ญให้เขาพูดภาษาไทยจนคล่องแคล่วทั้งๆที่ไม่มีเพื่อนคนไทยสักคน เขาต้องพูดกับแม่นอบเป็นภาษาไทย และพูดกับมาเกอริต ด้วยภาษาฝรั่งเศสในวันที่แม่อารมณ์ดี  ภาษาอังกฤษแข็งเกร็งไร้เพศในวันที่แม่อารมณ์ร้าย

 

แม่นอบมีประวัติศาสตร์ส่วนตัวด้วย เช่นกัน เขาไม่รู้อะไรมากนัก นอกจากว่าแม่นอบเกิดในครอบครัวชาวนาที่ทุกคนทำงานจากตื่นจนหลับไป แต่ลูกชายของเธอกลับเกิดในครอบครัวปัญญาชนประหลาดแปร่งเพี้ยน แม่นอบมักบบ่นว่าเขาอ่อนแอ ไม่เคยใช้ชีวิตในท้องไร่ท้องนา วันไหนที่แม่ทั้งสองตายลง แล้วเขายังไม่เอาตัวเองไปผูกติดกับระบบทุนนิยมเขาจะตาย  ตอนนี้แม่ทั้งสองตายลงแล้ว เขาเรียนไม่จบเคว้งคว้าง อ่อนแอและเศร้าสร้อย ถือสิทธิ์พิเศษชั่วครู่เดินทางมาอีกซีกของโลก ท้องไร่ท้องนาที่แม่นอบหนีมา แต่อยากกลับไป  แม่นอบออกจากประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายนของปี พศ. 2516 ทั้งที่ยังเรียนไม่จบ  พี่ชายที่ส่งเสียแม่นอบให้เรียนมหาวิทยาลัยถูกฆ่าหนึ่งปีก่อนหน้านั้น จับมือใครดมไม่ได้ แม่นอบร่วมอยู่ในการจลาจลครั้งใหญ่ หลังจากวันนั้นแม่นอบไม่เคยพูดถึงมันอีกเลย เหมือนโครงกระดูกในสุสานไม่มีชื่อฝังกลบตลอดกาล บางที แม่นอบกับมาเกอริต อาจรักกันและกันเพราะทั้งคู่เคยผ่านการจลาจลอันเหี้ยมโหดมา เหมือนนกปีกหักหลงฟ้าสองตัว ที่จำต้องปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้พอมีเรี่ยวแรงอยู่ต่อไปได้  เขาคือผลลัพธ์ของการสังวาสทางปรัชญานั้นแลกมาด้วยความโดดเดี่ยวและขมขื่น หากเป็นตัวของตัวเอง และเข้าใจสิ่งต่างๆได้ง่าย

 

ปาริสุทธิ์หลับลงอีกครั้งตอนค่อนรุ่ง  แว่วเสียงละหมาดยามเช้ากล่อมเขาให้หลับดิ่งลึกราวกับนอนลงในหลุมฝังศพ ใต้ร่มไม้ที่มาเกอริตนอนอยู่ เธอกลายเป็นเด็กสาวเข้าใจเอาเองว่าอยู่ในบังกะโลบนเนิน นอนฟังเสียงของคลื่นที่กำลังซัดมาจากฝั่งทะเลแปซิฟิค หรืออาจเป็นเพียงเสียงคำรามงึมงำของแม่น้ำโขง เสียงจากประวัติศาสตร์ที่ไหลผ่านเธอ

 

บันดาลใจจาก ชีวิต  นิยาย และ ภาพยนตร์ของ มาเกอริต ดูราส์

โดย  FILMSICK

Comment

Comment:

Tweet

ชอบเรื่อง ปาริสุทธิ์ มากคะชอบสุดๆ อยากอ่านทุกตอนใครมีรายละเอียดเพิ่มเติมส่งเมลมาหาหน่อยนะคะที่ sula_2521@hotmail.com ขอบคุนล่วงหน้าคะ ขอบอกว่าพึ่งได้อ่านครั้งแรกก้อติดแล้วคะ แอดเอ็มมาก็ได้นะคะ

#5 By sula_2521 (125.25.11.153) on 2010-05-25 16:14

สนุก น่าติดตามดีค่ะ

#4 By Lily (124.121.117.55) on 2008-04-29 20:30

เข้ามาลงชื่อว่าอ่านแล้ว big smile

#3 By MdS (58.10.102.215) on 2008-04-08 21:26

จะรอดูชีวิตของปาริสุทธิ์ต่อไปนะครับ ^^

#2 By นายเวลา on 2008-04-05 20:54

อื้อฮือ เขียนได้ขนาดนี้เลยโว้ย นี่ขนาดยังไม่ได้อ่าน Malady of Death นะเนี่ย (ช่วยหาคนพิมพ์ให้หน่อยสิ) ในที่สุดมาร์เกอริตก็หลอมรวมกับคนไทยแล้ว ไชโย

#1 By สนธยา (124.121.55.165) on 2008-04-05 07:44

Tags