ดาดา4

posted on 29 Apr 2009 06:25 by lonesome-cities in FICTION

ดาดา ตอนที่ 1 โดย โดย อนุกูล เหมาลา

ดาดา ตอนที่ 2 โดย วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา

ดาดาตอนที่ 3 โดย  วุฒิชัย กฤษณะปกรณ์กิจ

 

ดาดาตอนที่ 4 

ไม่มีชาวดาดาคนใดกล่าวถึงความทรงจำของตน*

 
ดาดาจ้องมองซากรถตู้ด้วยความรู้สึกสมเพศ,นอกจากห้วงเวลา-อย่าได้ดูหมิ่นต่อการดำเนินไปของความไม่มีเหตุผล,ดาดารู้สึกสมเพสต่อการให้เหตุผลของมนุษย์-อย่างน้อยก็ของชายในรถตู้ผู้ซึ่งเสียชีวิตและสถิตอยู่ในแผ่นกระจก เขาผู้ซึ่งไม่รู้จักความตายเลยสักนิด ไม่รู้ว่าเหตุใดเขาต้องกำเนิดมา ดาดาสมเพศต่อความเปล่าเปลืองของเหตุผลซึ่งแท้จริงก็ทำได้เพียงการคาดคะเนอันไร้ความหมาย และเลยความมดเท็จออกไปอีกก็คือการพยายามให้เหตุผลของผู้ซึ่งขีดวงชีวิตของชายหนุ่มคนนั้นให้แคบเข้า ลากเส้นผ่านบางจุด เร่งรัดความตายและให้คำอธิบายกับทุกสิ่งหลังจากนั้น,เวลาหนึ่งวันสองวันหรือหกเจ็ดเดือนที่แท้นั้นเป็นเพียงสิ่งเลื่อนเปื้อนของจิตวิญญาณ,ขณะที่วันเวลาอันแท้จริงได้ขึ้นอยู่กับดาดา--

ดาดามองแผ่นกระจก และหยุดนิ่งอยู่แค่นั้น การให้เหตุผลเป็นสิ่งไร้ค่า,ชายผู้นั้นครอบครองความมั่นคงหนักแน่นทางปัญญา ,แน่แท้-เขาย่อมมีวิญญาณอันยากไร้,มาเซลเองก็ได้ตายไปตั้งนานแล้ว,ดาดาสำนึกเมื่อกลับมามองเห็นเงาของตัวเองอีกครั้งในกระจก ดาดาคิดถึงสถานที่อันเป็นจุดมุ่งหมายของมาเซลที่ได้บอกเอาไว้ก่อนตาย,หรืออย่างน้อยดาดาก็รู้สึกแบบนั้น,ขณะทั้งคู่เดินทางมาด้วยกัน ดาดาคิดว่าจะลองไปที่นั่นดูสักครั้ง แม้ในตอนนี้ดาดายังไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นที่แห่งใดก็ตามที

จากดงแดนของเหล่าวิญญาณซึ่งกักกันตนเองในป่าไม้เลื้อย ดาดามุ่งหน้าลงใต้...

* ถ้อยคำของ มาร์เซล จันโค ( Marcel Janco ) ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มดาดา


Burmese Town
หนังสืออีกเล่มหนึ่งถูกลืมไว้บนรถโดยสาร อาศัยการเปลี่ยนมือไปเรื่อยๆ และบางหน้าขาดหายไปแล้ว-และอาจกลายเป็นสิ่งอื่นซึ่งไม่แน่ชัด กระดาษชำระ,มวนบุหรี่ หรือเป็นที่จดเบอร์โทรศัพท์ของชายหนุ่มซึ่งขอมาได้จากหญิงสาวแปลกหน้าที่พบเจอโดยบังเอิญ;  ชายหนุ่มขี่มอเตอร์ไซต์มาจากหมู่บ้านซึ่งแต่เดิมไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่อยู่บนเกาะไม่ไกลจากฝั่ง หมู่บ้านชาวเลซึ่งถูกบีบบังคับให้ลงหลักปักฐานเป็นถิ่นที่ จากแต่ดั้งแต่เดิมบุราณนานชั่วกับกัลนั้นเขาเป็นชนเผ่านักเดินทางแห่งมหาสมุทร ล่องเรือบ้านไปตามหมู่เกาะของอินเดีย พม่า ไทย มาเลเซีย ไปตามน่านน้ำของโลกซึ่งยังไม่ถูกขีดเส้นที่มองไม่เห็น แต่บัดนี้กลับมีและขีดเส้นชีวิตให้พวกเขาจำนนอยู่กับเที่เขาไม่ได้เลือก  และเขาก็ยอมรับตัวเองไม่ได้อีกต่อไป  เขาอยากกลับกลายมาเป็นสิ่งอื่นที่ไม่รู้จัก อยากไปให้พ้นความสามารถของปลา อยากไปให้พ้นการหยั่งรู้ของเต่ากระตนุมะเฟือง  และเราก็ทำให้พวกเขาสมใจ เขากลับกลายมาเป็นมนุษย์จนๆ ซึ่งไม่มีทางเลยที่จะรอดพ้นการหมิ่นแคลน แต่กระนั้นดูเหมือนเขาก็ยังไม่ตระหนัก   
 หลังจากสึนามิ พวกเขาค่อยๆ ถูกมองว่าเป็นมนุษย์ขึ้นมาอีกครั้ง และหลังจากนั้นพวกเขาจึงถูกย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร หมู่บ้านซึ่งได้จัดชะตากรรมของพวกเขาให้มีค่าประมาณกัน บ้านเดี่ยวสองชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้สังเคราะห์ ไม้ดอกถูกๆและสนามหน้าถุงพลาสติก บ้านทุกหลังถูกทาด้วยสีม่วงอ่อน โอ ยามตะวันตกดินน่าซาบซึ้ง และกองทัพยุงและความมืดมิดอันสว่างจ้า และเขาได้พบกันเธอ เธอซึ่งบอกเขาว่าไม่ได้เป็นชาวเลเหมือนแม่ของเธอ เธอซึ่งไม่ได้ถืออิสลามเหมือนพ่อของเธอ เธอซึ่งกำลังเดินทางไปหากับดักของอนาคต ซึ่งไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้ นอกจากการหลอกหลอนของอดีต ถึงตอนที่เขาได้โทรไปหาเธอ อาจจะเป็นคืนเดือนมืดและจิตวิญญาณของเขาหล่อรวมกับคลื่นสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้า วิญญาณที่ได้พร่ำบอกถึงคำรักและกระซิบถึงความใฝ่ฝันอันโง่งม และเธอร่ำไห้แด่ความโง่งมของความเป็นจริงของเขาและเธอ 
 
เกือบสองร้อยกิโลเมตรต่อมา,ไม่นาน,หนังสือเล่มนั้นก็เดินทางมาถึงเมืองเล็กๆ เมืองซึ่งขมุกมัวอยู่ในหมอกฝน ฝนซึ่งตกอยู่ได้ทุกฤดูกาล โดยความแจ้งชัด มันได้พาแอ่งน้ำขังอันน่ารำคาญ และกลิ่นอวลไอแปลกๆ ปกคลุมทั่วทั้งหุบเขาซึ่งได้โอบล้อมเมืองนั้นไว้ชั่วกาลนาน เมืองซึ่งผู้คนชาวพม่าหลั่งไหลข้ามเส้นขีดคั่นของสองชายแดนเข้ามาโดยความสะดวกดาย เมืองซึ่งแลดูเหมือนว่าเศรษฐกิจการค้านั้นดำรงอยู่ได้เพราะกลุ่มคนเหล่านั้น,ดาดาเดินผ่านห้องพักที่มีไว้สำหรับคนพม่า ได้ยินเสียงร้องเพลงจากร้านคาราโอเกะค่ำคืนซึ่งได้ดัดแปลงมาจากเพลงไทย  สัมผัสความรื่นเริงบันเทิงใจของผู้คนซึ่งผัดทานาคาจับจ่ายซื้อของอยู่ในตลาด,ใบกล้วย ใบกล้วยซึ่งบางใบนั้นขาดเป็นริ้วด้วยแรงลมหรือฝน กับดินแดงฉ่ำชุ่มน้ำซึ่งต้นกล้วยแทงหน่อออกมา,โดยปราศจากการเห็น แต่ดาดาคิดถึงทัศนียภาพเช่นนั้นตลอดเวลาเมื่อคิดถึงเมืองในหุบเขาแห่งนี้

ดาดาได้เดินทางลงใต้ผ่านเมืองในหุบแห่งนั้นจริงหรือ หรือเป็นเพียงห้วงคำนึงชั่วขณะแห่งการพินิจแผ่นกระจก ใครเลยจะรู้ได้ นอกจากของคุณเท่านั้น,เมืองในหุบเขาซึ่งรุ่งสางมาเยือนด้วยเสียงนกดุเหว่า,อันในป่าไม้เลื้อยแห่งนั้นก็เช่นกัน,นานแค่ไหนกันนะแห่งการเดินทางไกลหรือไม่เลย,ที่ดาดาไม่ได้พูดกับใครหรือผู้ใดด้วยถ้อยคำภาษาของมนุษย์ ความทุกข์ท้นปริแตกออกมาจากความจริงข้อนี้ ด้วยการคิดด้วยภาษามนุษย์ ดาดาจึงพบกับขอบเขตสุดท้ายซึ่งบรรดาการเป็นเหตุเป็นผลทั้งหลายพากันมายอมจำนน

เมืองในหุบแท้จริงอากาศหนาวเย็นในตอนเช้าตรู่  และแท้แล้วตอนกลางวันก็ไม่ได้ร้อนเหมือนเมืองทางใต้อื่นใด หนังสือเล่มนั้น- ซึ่งเดินทางผิดที่ผิดทางมาจากร้านหนังสือเก่าแห่งหนึ่งบวมพองจากไอฝนหรือน้ำค้างนั้นมีอยู่จริง,หรือไม่จริงก็มิขึ้นอยู่กับสิ่งใดนอกจากการให้เหตุผลของคุณ,ภูเขาล้อมเมืองไว้ครึ่งหนึ่งและทะเลล้อมเราไว้ครึ่งหนึ่ง ถ้อยคำซึ่งครั้งหนึ่งคงเป็นคำพูดของใครก็ได้มาปรากฏอยู่บนแผ่นกระดาษ ราวกับล่วงรู้ว่าถ้อยคำนั้นได้กำเนิดขึ้นมาในเมืองนี้เอง--

Comment

Comment:

Tweet

เรื่องนี้ครบรอบแล้ว
เรื่องอื่นๆ ครบรอบไปยังครับ??

ว่าแต่ทำไมตัวหนังสือมันกองขวา
exteen ใช้ยาก จัดหน้าสับสนนะ

#2 By T-A-O-L (118.174.220.171) on 2009-04-30 08:21

ต้องต่อกันอีกไหมนี่

#1 By นกฮูกดีไซน์ on 2009-04-29 11:22

Tags