ตอนที่ 1 รถตู้คันสุดท้าย โดย วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ

ตอนที่  2 เศษกระจกจากภาวะล่องหนของคนขับรถตู้  โดย อนุกูล เหมาลา

ตอนที่ 3  วิญญาณในป่าไม้เลื้อย  โดย นฆ ปักษนาวิน


 

1.

แล้วก็มีแต่ความมืดเท่านั้นซึ่งโอบกอดสรรพสิ่ง แสงสว่างนั้นมีอยู่จริงแต่มันเป็นเพียงสิ่งชั่วคราวเป็นสิ่งซึ่งมาแล้วจากไป  สิ่งซึ่งไม่ได้ ‘ขับไล่' ความมืด   หากชำแรกแทรกสอดเข้ามาระหว่างความมืดต่างหาก   แสงสว่างจึงเป็นประดุจอวัยวะเพศชายซึ่งชำแรกสู่โถงถ้ำอันมืดมิด และทิ้งเชื้อชั่วร้ายในนามของมนุษย์เอาไว้ในครรภ์ของความมืด   ความมืดจึงน่าจะมีเพศเป็นหญิง  ลึกลับ แปรปรวน ไม่อาจคาดเดาและถูกทำให้เป็นปีศาจ

 

เธอย้ายออกจากห้องเช่า หลังจากเขาตายลงได้ปีครึ่ง ข้าวของหลายอย่างของเขายังคงตกค้างอยู่ในห้องทั้งๆที่เธอคัดเลือกบางส่วนส่งคืนป้าของเขาไปแล้ว แต่เธอก็ยังค้นเจอบางอย่างตอนที่ย้ายออกไป  เธอไม่ได้ร้องให้ในงานศพของเขา และป้าของเขาจ้องมองเธออย่างอาฆาตมาดร้าย เขาตายจากอุบัติเหตุรถตู้ชนรถสิบล้อหลังจากทะเลาะกับเธออย่างรุนแรงในคืนหนึ่ง  มาถึงตอนนี้เธอไม่ได้ติดต่อกับป้าเขาอีกเลย  หนังสือสองสามเล่มที่เขาซื้อ และกางเกงขาสั้นตัวหนึ่งที่ซุกในตู้เสื้อผ้าของเธอถูกทิ้งไว้ในห้องหลังจากเธอย้ายออก  ผู้เช่ารายใหม่เป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามัน  พวกเขาเอาหนังสือพวกนั้นไปถึง กางเกงขาสั้นกลายเป็นผ้าเช็ดเท้า ร่องรอยของเขาเลือนหายชั่วนิรันดร์

 

2.

ความมืดมีคุณสมบัติพิเศษเพราะมันบดบังดวงตาของเราจากทุกสรรพสิ่งประหนึ่งฉาบเคลือบมันเอาไว้  การสัมผัสรับรู้ซึ่งไม่ผ่านดวงตานั้นนำมาซึ่งความหวาดผวาอันลึกซึ้ง รูปทรงของสรรพสิ่งต้องถูกถอดรหัสจากเส้นทางการสัมผัสซึ่งเป็นเหมือนทางเล็กๆที่รกชัฏ  รหัสที่ได้ไม่ชัดแจ้งครบความมันคลุมเครือแลพร้อมจะถูกตีความอย่างผิดเพี้ยนได้แทบทั้งหมด ในความมืดเราถูกทอดทิ้งไว้ในความกลัวซึ่งมีอยู่มาก่อนเก่า ความมืดไม่ได้น่ากลัว แต่ความมืดทำให้ความกลัวแจ่มชัดขึ้นกว่าสิ่งอื่น

 

เขาไม่เคยเรียนรู้เลยว่าในขณะหนึ่งตอนเกิดอุบัติเหตุ เขาได้สาบสูญไปจากเหตุการณ์ราวสองวินาที และนั่นคือเหตุผลอันไม่เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเป็นผู้รอดชีวิตคนเดียวจากเหตุการณ์นั้น เขาไม่ได้ตระหนักเรื่องนี้  เหตุการ์ณถูกสรุปรวบรัดว่าเป็นอุบัติเหตุ เขารอดจากโทษจำคุกหวุดหวิดจากฝีมือทนายของเจ้าของคิว หลังจบเรื่องเขาลาออก พอกันทีงานขับรถตู้ที่ต้องแบกรับชีวิตผู้คน เขากลายเป็นคนตกงานที่อมทุกข์และเศร้าสร้อย เขาดื่มหนักและกลายเป็นภาระของลูกเมีย  บางค่ำคืนที่เมามายเขาเพ้อพร่ำว่าตัวเองน่าจะตายในอุบัติเหตุนั้นเสีย ดีกว่าที่จะปล่อยให้มันกัดกินเขาอยู่เช่นนี้   เมียของเขาหอบลูกหนีไปในคืนหนึ่ง ขณะเขากำลังหลับ  เขาตื่นมาในห้องเช่าที่มีแต่ความว่างเปล่า ก้มหน้าร้องให้อย่าคลั่งแค้น เขาเกลียดคนตายทุกคนที่ทำให้ชีวิตเขาตกต่ำถึงขีดสุด ชิงชังที่ตัวเองไม่ตายตกตามไป เขาเกลียดสายตาอาฆาตแค้นของป้าของคนตายคนหนึ่ง  แค่เพียงเพราะเขาเป็นคนขับเขาต้องรับบทฆาตกรเพื่อให้ทุกคนข่มตาหลับเพราะมันพิสูจน์ว่ามันไม่ใช่ความผิดของพวกเขา  เป้นความผิดของคนขับระยำคนนั้น  มันสมควรนอนคุกเสียด้วยซ้ำ  ความคิดเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวเขาเรื่อยมา  มันกัดกินทั้งในยามหลับและยามตื่น  ตอนนี้เขาสิ้นไร้ไปทุกทางแล้ว นี่คือการใช้กรรมติดจรวดหรือ นี่มันพอหรือยังกับสิ่งที่เกิดขึ้น 

 

มีคนพบศพเขาแขวนคอตนเองห้อยอยู่กับขื่อ  ก่อนตายราวกับภาพทั้งหมดไหลทบย้อนกลับ  ขณะที่เขากำลังดิ้นขลุกขลักสูดหายใจลึกต้านบ่วงซึ่งรัดคอแน่นเข้าแน่นเข้า  ภาพอุบัติเหตุกลับมาสะท้อนในห้วงทรงจำ ร่างของผู้โดยสารหนุ่มซึ่งลอยละลิ่ว ก่อนที่ทุกสิ่งจะดับมืด  ชั่วขณะหนึ่งเขาพบตัวเองในป่าไม้เลื้อย  ราวสองวินาทีก่อนเสียงเหล้กบดประเทกจะกระชากเขากลับไปยังจุดเดิม  พลันภาพชัดของป่าไม้เลื้อยปรากฏขึ้นขณะลมหายใจของเขาขาดห้วง

 

3.

ไม่มีสิ่งใดเหลืออยู่นอกจากความมืดอีกต่อไป ท้ายที่สุดเมื่อแสงแห่งวันลาลับไป โลกก็คืนสู่สถานะดั้งเดิมมนุษย์ผู้โง่เขลาเรียนรู้เกี่ยวกับกองไฟ พวกเขาพยายามอย่างหนักในการยื้อยุดแสงสว่างเอาไว้ให้นานนับนานเพื่อขับไล่ความกลัว พวกเขาเรียนรู้การก่อไฟ การทำเทียน การจุดตะเกียงน้ำมัน  การประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า การพัฒนาหลอดฟลูออเรสเซนต์  พวกเขาทำไปอย่างทึ่มทื่อและโง่งมสร้างแสงเทียมเพื่อทำสงครามกับความมืดอันไม่รู้สิ้น ทั้งหมดนั้นยืนอยู่บนขอบเหวของการพึ่งพาวัตถุดิบจำนวนมาก  มันคือแสงซึ่งเปราะบางและซีดเซียว  ใต้แสงนั้นมนุษย์ผิวซีดราวกับศพ หากทุกคนยังพากันรื่นเริงและเชื่อว่าไม่มีสิ่งใดให้ต้องหวาดผวาอีกต่อไป

 

ผมค่อยๆเลือนจางไปแล้ว หายไปจากความทรงจำของเธอ  ร่างค่อยๆโปร่งบางลอย่างเชื่องช้า คล้ายกับว่าผมกำลังเป็นชายไร้หน้าในป่าไม้เลื้อย ผู้คนเริ่มลืมเลือนผม  กระทั่งเธอที่ผมจดจำได้ดีขึ้นหลังจากตายไปแล้วก็เริ่มลืมเลือนผมไป ความตายทำให้เราจดจำผู้คนได้ดีขึ้น เพราะเราไม่มีความทรงจำใหม่ๆอีกต่อไป ความทรงจำดั้งเดิมถูกหยิบมาใคร่ครวญใหม่อย่างละเอียดลออ ผมเริ่มจดจำสิ่งซึ่งผมจำไม่ได้ตอนยังมีชีวิต  สิ่งละอันพันละน้อยเกี่ยวกับเธอ กลิ่นหอมของเส้นผม รอยชื้นของน้ำตา รูปทรงของร่างกายซึ่งเธอทิ้งไว้บนฟูกนอนยามลุกจากไป ผมเป็นคนบอกเลิกเธอในค่ำคืนนั้น และตอนนี้เธอบอกเลิกกับผมด้วยการลืมเลือนผมไป ส่งคืนความทรงจำเกี่ยวกับกันและกันมาสู่ผม ผมมาถึงจุดที่เป็นผู้รับคืนความทรงจำจากผู้อื่น เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง กระทั่งคนแปลกหน้าที่อ่านเกี่ยวกับข่าวนี้ในหนังสือพิมพ์  ความตายพร่าเลือนและมีสีเขียวของป่า ความตายในรูปร่างอันบุบบู้ของรถตู้คันหนึ่ง กล่าวจากคนเป็นผมคือผีซึ่งสิงสู่อยู่ในซากรถตู้ที่ผมตาย  กล่าวจากคำของชายไร้หน้า ผมกำลังอยู่ระหว่างการหยุดรอสักเล็กน้อย ก่อนจะเดินทางไกล  เขาเรียกสถานที่นี้ว่า ‘เกาะของคนตาย' เกาะซึ่งผู้ตายรอคอยให่ความทรงจำเกี่ยวกับตนเองนั้นเลือนจางลง   เมื่อไม่มีใครจดจำเขาอีก เขาจะกลายเป็นอิสระ   โปร่งบางในแสงสุดท้ายแล้วเลือนสลายไป  ระหว่างนั้นผู้ตายพักอาศัยยังที่ที่เขามีชีวิตอยู่ ดำรงคงในรูปของวิญญาณ

 

เหลือเพียงความทรงจำของผู้เป็นป้าเท่านั้นซึ่งดำรงคงอยู่หลังการตายของชายขับรถตู้  ความทรงจำของคนแปลกหน้านั้นเข้มข้นและกดทับ  วันที่ชายคนขับรถตู้ตาย ผมหายใจไม่สะดวกราวกับส่วนหนึ่งในตัวผมตายลงไปพร้อมกับเขาอีกครั้ง  ชายไร้หน้ากล่าวเพียงว่านี่เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของการจดจำ ลองถ้าคุณได้กระทำสิ่งหนึ่งลงไปแล้ว  มันจะย้อนมาสนองคุณไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  มาในรูปแบบที่เป็นรูปธรรมเห็นได้ชัด  หรือไม่ก็มาในรูปที่คุณไม่มีวันจะเข้าจำได้  ผมเริ่มค้นชิ้นกับสภาพของป่าโดยรอบของซากรถตู้แล้ว เฉกเช่นเดียวที่คุ้นชินกับเขา ผมกำลังเรียนรู้ที่จะกลายเป็นเขา  ด้วยการปะติดปะต่อเศษกระจกแห่งความทรงจำชิ้นแล้วชิ้นเล่า ผมมองย้อนกลับไปยังอดีต  มีเวลาเหลือเฟือที่ผมจะฟูมฟายถึงมัน วัยเด็กอันร้าวเศร้า วัยหนุ่มอันคึกคะนอง  ผมเริ่มจดจำถึงความป่วยไข้ของเธอ และจดจำว่าผมได้กระทำสิ่งชั่วช้าไปมากเพียงใด   ผมจดจำถึงป้าผู้โศกเศร้าของผม  เธอไม่ใช่แม่แต่เป็นคนที่เลี้ยงดูผมมาแต่เล็ก ผมไปจากเธอตอนอายุได้สิบแปดด้วยการโดยสารรถประจำทางมุ่งหน้ามาสู่เมืองหลวง  ทิ้งป้าผู้เศร้าสร้อยกับทุกสิ่งในชีวิตไว้ในห้องแถวเก่าโ?รมและการงานหนักหน่วงไม่รู้จบ  ป้าผู้กัดฟันส่งผมเรียนหนังสือเพื่อที่จะถูกผมทอดทิ้งไว้กับความทรงจำเก่าแก่ เช่นเดียวกันกับเธอ ที่นอนซมหลังกลับจากคลินิคทำแท้ง ผ้าปูที่นอนสีขาวเปื้อนเลือดระทมจากช่องขาของเธอ  วินาทีนั้นเองผมกล่าวลาเธอแล้วเดินจากมา

 

4.

ความมืดคือความมืด ในทางกายภาพความมืดดำรงคงอยู่ เฉกเช่นในทางนามธรรม ความดีงามเกิดจากกาสั่งสอน แต่ความมืดดำนั้นมาจากสัญชาตญาณของเรา  นี้อาจเป็นความคิดทวิลักษณ์ที่อ่อนก้อยและน่าสมเพช ซึ่งได้ผลักสัญชาตญารดั้งเดิมของมนุษย์ให้ผูกพ่วงอยุ่กับความชั่วร้ายจะได้ยึดกุมเอาวาทกรรมความดีงามไว้แต่เพียงผู้เดียวเพื่อปกครอง  แต่เชื่อเถิดว่าความมืดมีอยู่ มันไม่ได้น่ากลัว เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งในเราทุกคน  เราเลือกไม่ได้หรอก  มีแต่รอคอยจะถูกกลืนกินเท่านั้น

 

นั่นคือที่ชายไร้หน้ากล่าวกับผม  ในที่สุดผมเริ่มเข้าใจเกี่ยวกับแบบจำลองของภูติผีแล้ว ผมตาย หลงติดอยในห้วงกาลเดิมๆ  เหตุการณ์เกิดวนซ้ำไปซ้ำมาโดยการสุ่ม  ผมไม่ได้เป็นวิญญาณเร่ร่อนซึ่งกรีดร้องอยู่บนทางด่วยนในยามกลางคืน แต่เหตุการณ์สุ่มอยู่ที่ผมกลายเป็นวิญญาณที่ติดอยู่กับซากรถตู้  พวกเด็กหนุ่มคึกคะนองเดินทางไกลมาพิสูจน์ความกล้าเพื่อจะเห็นผมเดินไปเดินมาอยู่รอบๆรถตู้คันนั้นในป่าไม้เลื้อย  กิจวัตรวนซ้ำ จนในที่สุดผมก็พบว่าที่แท้แล้วผมไม่ได้ค่อยๆกลายเป็นชายไร้หน้า แต่ผมคือชายไร้หน้าในอีกห้วงกาลหนึ่งนั้นเอง ชายไร้หน้าไม่ได้มีอยู่มาแต่ต้น มีแต่ผมเองในห้วงมิติซึ่งแตกต่างกัน  เศษกระจกถูกต่อครบสมบูรณ์แล้ว แต่นั่นไม่ได้นำพาใครไปสู่สิ่งใดทั้งสิ้น

 

 FILMSICK

Comment

Comment:

Tweet

ฉันเพียงแค่การบันทึกเว็บไซต์ของคุณและต้องการที่จะบอกว่าผมมีประสบการณ์จริงการตรวจสอบเนื้อหาของคุณ

#3 By condominium for sale chicago (175.110.67.97) on 2012-01-28 00:31

ไม่ได้มีเวลามานั่งอ่านเลยจริงๆๆ

#2 By ฟ้าบ่กั้น on 2010-05-25 18:03


อ้ากกกกกกกก......

#1 By จีน (58.8.116.20) on 2009-08-26 23:39

Tags