
เธอหลับ เขาหลับ
บนเตียงนอนกว้างใหญ่ผ้าปูสีขาวที่เปียกชื้น เส้นผมที่ยาวสยาย ร่างกายชื้นเหงื่อ และสัดส่วนเร้นลับที่เปียกชื้นเช่นกัน
เขาหลับ เธอหลับ หลับใหลในความเปียกชื้น มีแต่ผมที่ตื่นอยู่
ผมนั่งอยู่ปลายเตียงเปลือยเปล่า เปียกชื้น กำลังจุดบุหรี่สูบ เปลวไฟวายมาดหมายคล้ายจะเผาทุกความชื้นให้เหือดไป
เราไม่รู้จักกัน คือที่ผมรู้สึก ยามขยับโยกไหวในจังหวะเดียวกัน เราต่างหนาวยะเยือกกอดก่ายกันราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือเราจะแตกสลาย ผมรู้สึกหนาวยะเยือก แปลกแยกต่อท่าร่างและการร่วมรัก
ผมก่ายทับอยู่บนตัวเธอ และเขาก่ายทับอยู่บนตัวผม
ผมรู้สึกแปลกแยก แปลกหน้าอยู่ท่ามกลางความอุ่นชื้น เจ็บปวดประหนึ่งร่างจะปริแตก และสุขสมรัดรึงราวกับลอยอยู่บนอากาศ
ก่อนหน้านี้
เราทั้งสามคนเดินทางมาด้วยกัน ผมพบเธอระหว่างการเดินทาง และเราพบเขาระหว่างการเดินทางไปด้วยกัน
เราไม่รักกัน เธอไม่รักผม และไม่รักเขา เมื่อไรที่เราตกหลุมรักกันและกัน เราจะไม่ทำเช่นนี้กันอีก เธอว่าไว้เช่นนั้น
ยามเงียบงันอยู่ในแสงอาทิตย์ริมถนน ผมรู้สึกว่ารู้จักเธอและเขาอย่างถึงที่สุด
แต่ตอนนี้บนเตียงสีขาวกว้างใหญ่ในโรงแรมร้าง เราใกล้ชิดกันถึงที่สุด ห่างรู้สึกห่างไกลกันถึงที่สุด เราเพียงใช้ร่างของอีกคนเพื่อหาความสุขให้ตัวเอง
ลึกลึกผมรู้ เขาลุ่มหลงเธอ เขาปฏิบัติต่อเธออย่างนุ่มนวลจูบไหล่เธอ ขยับกายเชื่องช้า ผมเองก็ด้วย ปฏิบัติต่อเขาอย่างนุ่มนวล
มันคือวังวนของความเจ็บปวดอันสุขสม
และผมคิดถึงถ้อยคำเกรี้ยวกราดของเธอ จิ๋มของฉันก็เป็นของฉัน ถึงฉันจะเป็นอีร่านสวาท ก็ไม่มีใครมีสิทธิ์มาตัดสิน
เราเป็นเพียงผลพวงผุพังของโลกที่ไร้สุข ใครบางคนคงตัดสินอย่างง่ายๆเช่นนั้น
โรงแรมแห่งนี้
มันสูงสิบสิงชั้น และเคยเป็นโรงแรมที่ดีที่สุดในเมือง ห้องอาหารลอยฟ้า และคอกเทลเลานจ์สุดหรู แต่วันคืนย่อมมีวันเปลี่ยนแปลง เปียโนผุพังไม่สามารถเล่นได้ตรงโน้ตอีกต่อไป เธอพยายามจะเล่นเพลงรักเก่าแก่ แต่มันก็แตกปร่าและพร่องเพี้ยน เราไม่เหมาะกับเพลงรัก เขาตัดสินเช่นนั้น ความรักมีไว้สำหรับผู้คนสามัญ แต่เราผู้ซึ่งตัดสินใจจะละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง เราไม่มีที่เหลือพอสำหรับความรัก หัวใจของเรามีที่เพียงสำหรับรรจุความว่างเปล่าเท่านั้น
ค่ำคืนหนึ่งผมตื่นขึ้นมากลางดึก เธอจับผมมัดไว้กับเขา เราเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาด สี่ขา สองหัว เปลือยเปล่า องคชาติหดฝ่อห้อยร่องแรง เธอนั่งชันเข้าอยู่กับพื้นเปลือยเปล่าและมองเรา อย่างที่ผมเคยคิดเมื่อพยเธอครั้งแรก อีนี่มันบ้า
และเธอว่า ก่อนหน้านี้ไม่มีใครรู้จักความรัก ก่อนหน้านี้มนุษย์มีสี่ขา และสองหัวพวกเขาไม่ต้องรักใคร เพราะเขามีกันและกัน พวกเขาจึงไม่รู้จักความรัก เพราะมันไม่จำเป็น พวกเขาชาญฉลาดและเป็นสุข จนเทพเจ้าเดือดเนื้อร้อนใจ ส่งสายฟ้ามาฟาดกลางพรากมนุษย์ออกจากกัน พวกเขาจึงต้องตามหากัน พวกเขาจึงมีความรัก พวกเขาจึงพร่องพิการและไม่สมบูรณ์
อีห่า ผมนึกในใจ เขาดิ้นขณะถูกมัดติดกับผม คงอยากจะถูกมัดกับเธอ ผมนึกเหยียดหยาม มันคือความคิดริษยาที่มาพร้อมกับความรักหรือเปล่า
ไม่หรอก เธอโกหก เทพเจ้าโกหก ที่เขากลัวมนุษย์ การพรากพวกเขาออกจากกันทำให้พวกเขารักเพียงอีกครึ่งของตัวเอง เธอจะตอบคำถามได้ยังไง ว่าทำไมบางครั้งเราจึงรักผู้อื่นด้วย รักโดยไม่ต้องเปลือย รักโดยไร้เหตุผล สุดลิ่มทิ่มประตู ความรักที่เธอว่ามันก็แค่ชื่อปลอมของความคาดหวังและกาครอบครองเท่านั้น ผมบอกเธอ
แต่นายไม่เชื่อเรื่องความรัก เขาถามผม
ใช่แล้วมันเปล่าประโยชน์ ผมตอบ รู้สึกย้อนแย้งและแปลบปลาบใจ
หญิงสาวกรีดร้อง นั่นคือก่อหนน้านี้
เราคลายตัวออกจากเชือกที่มัดเราไว้ จับเธอกอดจนเธอสงบ และเราร่วมรักกัน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมกับเธอ เธอกับเขา เขากับผม ไร้เพศ และสถานะ แต่ผมกลับรู้สึกแปลกแยก เย็นเยียบอยู่ในความเปียกชื้น
หรือบางทีผมพึงในความแห้งผากของความเดียวดาย สูบบุหรี่ปลายเตียงหลังกามกรีฑา หฤหรรษ์
ผมรักที่ได้กลั่งหรือรักเพราะการหลั่งไหลจะทำให้ผมแห้ง เกลียดการครอบครองแต่อยากครอบครอง เกลียดความรักแต่อยากถูกรัก อยากตายแต่หายใจอยู่
ค่ำคืนดำมืด เธอหลับ เขาหลับ มีผมที่ตื่นอยู่ บัดซบสิ้นดี !
FILMSICK
หมายเหตุผู้เขียน : ดาลใจจากเพลง ORIGIN OF LOVE เพลงประกอบ หนัง HEDWIG AND THE ANGRY INCHเพื่อความเข้าใจเพิ่มเติม นี่คือภาคแยกของกองเกวียนคนทุกขื 3 อ่านได้ที่นี่ครับ http://filmsick.exteen.com/20061204/entry