ชิ มา เนะ
posted on 17 Oct 2006 20:52 by lonesome-cities in LONESOME-CITIESชิ มา เนะ
ชิมาเนะ ไม่ใช่เมืองที่เหงา แต่การเดินทางออกจากชิมาเนะเหงาอย่างยิ่ง
หลายๆครั้ง คุณคงรู้สึก-เพราะเมืองที่เราจากมานั้นไม่เหงา แต่จะทำให้เราเหงาเมื่อเรามายืนถอนหายใจอยู่เมืองอื่น แล้วคิดถึงมัน
ผมอาจจะจะเริ่มต้นเรื่องนี้ด้วยการไปถึงชิมาเนะ มากกว่าการจาก
หลังจากการเดินทางอันยาวนานบนรถบัสเที่ยวกลางคืน จากย่านชิบูยะล่องใต้มาถึงเมืองเล็กๆรถบัสมาถึงสถานีเมื่อตอนเช้าแล้ว เป็นเช้าที่อากาศกำลังเย็นสบาย เราต่อรถไฟท้องถิ่นเพื่อเดินทางตามราง
เลียบทะเลไปสู่หุบเขา และมันเป็นเช้าวันที่ผมไม่เคยลืมเลือน
รถไฟท้องถิ่นขบวนนั้นเก่าแก่ และเส้นทางก็เก่าแก่ไม่แพ้กัน ผมไม่อาจบรรยายให้เห็นได้ดี ดีกว่าคือคุณ
หาหนังเรื่อง Poppoya Railroad man มาดู มันเป็นรถไฟแบบนั้น คนขับแบบนั้น ท่าทีจริงจังของคนขับทำให้ผมอมยิ้ม
เขาต้องมีท่าทางประจำตัวเวลาจอดหรือออกรถ เช่นชี้มือไล่ตามหน้าปัดของคอนโทรล
(ตอนหลังผมจึงรู้ว่ามันเป็นกฏระเบียบเพื่อกันลืม)
รถไฟเคลื่อนตัวไปตามราง ผ่านทุ่งนาฤดูร้อน ผ่านหมู่บ้านเล็กๆ และเริ่มพาตัวเองเข้าไปยังหุบเขา
และเหมือนเป็นของขวัญจากโลกใบนี้ มีบางช่วงเราต้องผ่านรางเลียบทะเล
ทะเลญี่ปุ่นไม่สวยเหมือนอันดามัน แต่บรรยากาศวันนั้นสวยกว่าที่ไหนๆ
2
ชิมาเนะ คือเมืองบ้านนอกของญี่ปุ่น แฝงตัวเองอยู่ในหุบเขา ภายในบรรทัดเดียวในการแนะนำชิมาเนะคือ
+ เมืองที่ในตำนานที่มีอยู่จริง และถูกนำไปเป็นภาพยนตร์การ์ตูน-Princess Mononoke-ของGibli Studio +
คุณลุงผู้มาเป็นไกด์ (และในบางวัน คุณลุงคือครูรับเชิญ ที่ต้องสอนเรื่องตำนานของเมืองให้แก่เด็กๆ )
ผมคิดถึงเจ้าหญิงหมาป่าในเรื่อง Princess Mononoke แล้วก็ทำตัวเป็นนักเรียน ฟังคุณครูเล่าถึงตำนานโบราณ
ของการสร้างประเทศญี่ปุ่น และตำนานเหล่านั้นมีที่มาจากเมืองชิมาเนะนั่นเอง
แต่เดิม เมืองชิมาเนะมีชื่อเสียงด้านการถลุงเหล็ก มีเจ้าที่ดินที่ทำกิจการนี้ คือตระกูลซากุไร เหล็กจากชิมาเนะคือเหล็กคุณภาพดี ที่ถูกนำไปทำดาบของซามูไร -อีกด้านหนึ่ง หากญี่ปุ่นสร้างประเทศด้วยดาบ ชิมาเนะก็เป็นที่มาของการสร้างประเทศเมื่อคิดถึงว่าญี่ปุ่นสร้างประเทศด้วยดาบ ผมคิดว่าน่าดีใจกว่าที่ญี่ปุ่นก็สร้างประเทศด้วยตำนานเทพเจ้าด้วยเช่นกัน
คุณลุงครูเล่าว่า ชิมาเนะคือแหล่งส่งออกเทพเจ้า (ลุงคงไม่ได้พูดแบบนี้ แต่เพื่อนที่แปลให้ฟังพูดแบบนี้จริงๆ) ครูพูดถึงเรื่องนี้เมื่อพาเรามายังทางเดินป่า ไปยังเส้นทางน้ำตกที่มีก้อนหินใหญ่เท่าตึก ทุกอย่างล้วนมีที่มาและที่ทางของมันเอง
ศาสนาชินโต มีความเชื่อยึดโยงอยู่กับธรรมชาติ เทพเจ้าของชินโต ก็คือ เทพเจ้าธรรมชาตินั่นเอง -เทพเจ้าแห่งน้ำเทพเจ้าแห่งภูเขา เทพเจ้าหมาป่า ฯลฯ ล้วนกำเนิดมาจากเทพเจ้าสององค์จากชิมาเนะทั้งสิ้น ก่อนจะถูกส่งไปปกปักรักษาดูแลสถานที่ต่างๆทั่วเกาะญี่ปุ่น และเมื่อถึงเดือนสิบ เทพเจ้าทั่วญี่ปุ่นจะไปชุมนุมกันที่แม่น้ำแห่งชิมาเนะ
ความเชื่อเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ ทำให้ญี่ปุ่นมีรากคอยถ่วงดุลกับความเจริญ ทางวัตถุอย่างสุดโต่ง สิ่งที่มิยาซากิพูดผ่าน Princess Mononoke คือเรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์และธรรมชาติ หนังกลับมีสเน่ห์มากขึ้น เพราะยังพูดถึงความสัมพันธ์ของเพื่อน
เมื่อกลับมายังบ้าน ผมเปิดดูการ์ตูนเรื่อง Princess Mononoke อีกครั้งและด้วยความทรงจำที่ชิมาเนะ-ถึงมิตรสหาย ชิมาเนะทำให้เมืองที่ผมอยู่แสนเหงา
3.
ต่อเมื่อวันที่สองที่มาถึงชิมาเนะ จึงเจอกับเพื่อนคนไทยที่เดินทางมาญี่ปุ่นด้วยกัน หลังจากกระจัดกระจายกันไปร่วมประชุมที่เมืองต่างๆ แต่วันแรกก็ไม่เลวนักในบันทึกความทรงจำ
ผมเดินทางมากับคนแปลกหน้าสองคน ที่เพิ่งรู้จักกันด้วยเรื่องงานที่โตเกียว วันเวลาผ่านไป ได้รู้จักกับเพื่อนมิตรใหม่ๆ บางคนเราค่อนข้างแน่ใจว่า เราจะได้เจอกันเพียงครั้งเดียวในชีวิต ด้วยความจริงบางอย่าง ไม่อนุญาตโอกาสให้เราได้เจอกันอีก ถึงแม้ว่าคงจะดีไม่น้อย ถ้าความสัมพันธ์ได้ถูกถักทอต่อเติม
เมื่อคนแปลกหน้ากลับกลายมาเป็นเพื่อน บางที แม้การเอ่ยคำลาจากก็เป็นเรื่องยากและเศร้าสร้อยเกินไป
แสงจันทร์คืนเพ็ญ
บ่อน้ำร้อนกลางแจ้ง
เสียงหัวเราะของเพื่อน
กลุ่มเพื่อนชาวญี่ปุ่นพูดคุยกันอย่างเฮฮา พวกเขาได้พบกับเพื่อนๆ ที่คุ้นเคยกันจากเมืองต่างๆ เสียงเอฮาบอกว่าเขารู้จักกันมาก่อน
กลอนสามบรรทัดก่อตัวมันเองขึ้นอย่างฉับพลัน เมื่อเพื่อนเห็นผมเก้เก้กังกัง อยู่คนเดียวด้วยความไม่คุ้นเคย
กับความโดดเดี่ยว และการอาบน้ำกลางแจ้ง พวกเขาเข้ามาทักทาย และถามว่า เพื่อนผมยังไม่มาหรือ แต่ไม่ต้องห่วงเวลานี้เราคือเพื่อนกัน ผู้ชายรู้จักกันง่าย (ยิ่งในห้วงเวลาอันเปิดเผยเช่นนี้-กรุณาอย่าคิดภาพตาม ;)
หลังจากนั้นบทสนทนาก็กลายเป็นเสียงหัวเราะ
ความประหม่าหายไป ผมคิดว่าอาจเป็นเพราะเทพเจ้าแห่งบ่อน้ำร้อนหรือเทพเจ้าแห่งแสงจันทร์
บางที ธรรมชาติสอนให้เรารู้สึกถึงเหตุลที่เรามายืนอยู่บนโลก ด้วยความรู้สึกดั้งเดิม ไม่ถูกปรุงแต่งไปด้วย
ความรู้แปลกปลอม และมันสอนให้เราคิดถึงความสุขดั้งเดิมแบบง่ายๆ
แสงจันทร์คืนเพ็ญ
บ่อน้ำร้อนกลางแจ้ง
เสียงหัวเราะของเพื่อน
กลอนสามบรรทัดนี้ยังคงไม่ลบเลือนในสมุดบันทึก ย้ำให้คิดถึงห้วงเวลางามๆที่ผ่านพ้น คิดถึงสิ่งที่Princess Mononoke พูดถึง-ความหมายของความสัมพันธ์-
และความทรงจำถึงชิมาเนะ เมืองที่จากมาแล้วเหงาอย่างยิ่ง
นก ปักษนาวิน
25491017.2050