รายการของใช้ บนเส้นทางมืดมิดของผม
posted on 02 Nov 2006 15:41 by lonesome-cities in WAYตู้ ATM
ทุกๆ ต้นเดือน หลังจากมียอดเงินเพิ่มขึ้นในสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ของธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเปิดบัญชีเปล่าๆ สำหรับเพื่อรับเงินเดือนของบริษัทที่ผมทำงานประจำอยู่ (เงินอันแสนน้อยนิดไม่ถึงหมื่นบาทด้วยซ้ำ)
เมื่อผมไปกดดูยอดเงินที่ตู้ ATM ว่ามียอดเพิ่มขึ้นหรือไม่ เป็นเงินเท่าไหร่ ถูกหักค่ามาสายหรือเปล่า
เท่านี้เอง เสร็จแล้วผมถึงจะจดรายการของใช้ที่จำเป็นลงบนเศษกระดาษ และนำไปซุปเปอร์มาเก็ต ใกล้บ้านด้วยกันเกือบทุกๆ ครั้ง ทุกๆ เดือน
เหมือนความเคยชิน เหมือนเป็นทักษะติดตัว ก็จนกว่าผมจะลาออก จนกว่าผมจะมีเงินเพิ่มจากงานนอก เงินสดจากผู้ว่าจ้างงานพิเศษ
ตอนนั้น...ตู้ ATM คงไร้ค่า บัญชีเงินฝากของผม คงไม่ต่างจากเศษกระดาษในร้านขายของเก่า
ซุปเปอร์มาเก็ต
ผมจะเดินเลือกหยิบของใช้ ตามรายการที่จดไว้ในเศษกระดาษ โยนพวกมันลงตระกร้าทีละชิ้น สองชิ้นจนครบแล้วก็เดินไปยังช่องทางด่วน คิดเงินเฉพาะสินค้าไม่เกิน 10 ชิ้น
ซ้ำๆ เดิม ๆ เหมือนเช่นที่เคยทำ ทุกๆ เดือน
เหตุผลของการเขียนข้อความใส่เศษกระดาษ เพื่อจับจ่ายของใช้ประจำวัน ก็มีเพียงเท่านี้
กลับถึงห้อง ผมก็โยนมันทิ้งถังขยะ
เหมือนจะเป็นเรื่องเดิมๆ
ทางเชื่อมต่อเดิม...
ถ้ำ
กระดาษหลุดมือ ตกลงไปยังแอ่งน้ำเปียกแฉะปลายเท้า ผมรีบคว้ามันกลับขึ้นมาคลี่อ่านอีกครั้ง ไม่มีความหมายเก่าดังเดิม
น่าแปลก!
ผมไม่สนใจพยายามเร่งฝีเท้าก้าวเดินเพื่อหาทางออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
ผมเดินลงมาตามทางที่มืด ลัดเลาะลงมา ผิวพื้นที่เหยียบสากเท้าอยู่บ้าง ไม่ต่างจากคนถอดรองเท้านัก ร่องรอยแสงสีขาวหายไปนานแล้ว
ผมพยามกลั้นลมหายใจ แต่ทำได้ไม่นานนัก ก็ต้องพ่นลมออกมา ยากเกินไป ในนี้มันช่างเหม็นเสียเหลือเกิน
ผ่านมาแล้วกว่า ครึ่งชั่วโมง เส้นทางเดิน ยังคงมืดมิด ชื้นเย็น และเหม็นสาบ ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นกว่าเดิม
กระดาษที่อยู่ในมือผม มันยับย่นเปียกชื้น เต็มไปด้วยเหงื่อ และถูกคลี่ออกเป็นครั้งที่เท่าใดแล้วก็ไม่ทราบได้
บางครั้งมันก็เขียนว่า สำคัญอะไร กับความคิดคนอื่น หากทางที่เลือกคือความมืดมิดโดดเดี่ยวอยู่แล้ว บางครั้งก็เขียนว่า ฉันสับสนเหลือเกิน คุณคือใคร บางครั้งก็เขียนว่า รายการของใช้ สบู่ ยาสีฟัน ซอสพริก นมข้นหวาน ขนมปังแผ่น มันไม่เคยแน่นอน ไม่เคยถูกต้องอย่างที่ผมนึก ทั้งๆ ที่ มันก็เป็นลายมือของผมเอง
บางจังหวะของการก้าวเท้า เหมือนมีเสียงหึ่งๆ อยู่ด้านหลัง ผมหันกลับ เพ่งสายตามอง แช่นานอยู่อย่างนั้น
มืดมิด มีเพียงหินงอกหินย้อย และความเงียบเชียบ ไร้เสียงใด ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดนอกจากตัวผมเอง หรือในที่แห่งนี้จะหลงเหลือเพียงแค่ผมคนเดียวจริงๆ
เมื่อมั่นใจว่าไม่มีอะไร ผมจึงหันหลังกลับ ค่อยๆ เดินลงไปข้างล่างต่อ
น่าจะมีทางออกสักทาง
เดินจนมาถึงตรงนี้ กลับได้ยินเสียง ตึก ตัก ของส้นเท้าที่เสียดสีกับพื้น ดังก้องกว่าเสียงหึ่งหลายเท่าตัว บ่งบอกว่า
คงไม่มีผู้ใดจริงๆ แล้ว อย่างที่ผมเข้าใจ
ในหนังสือของมูราคามิ เล่มหนึ่ง มีอยู่ฉากหนึ่งที่ตัวเอก เดินลงไปในถ้ำเหมือนกัน แต่เป็นถ้ำที่หรี่หรือเร่งเสียงได้ เป็นวิทยาศาสตร์ เป็นธรรมชาติ เป็นอนาคต เป็นวิวัฒนาการ ที่ผสมผสานแปลกแยก
ผมเพียงอ่านแค่บทแรก ผมเพียงอ่านมัน ทีละน้อย ทีละหน้าต่อวัน ไม่เคยนึกเลยว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองจริงๆ วันนี้
ผมตั้งใจเลือกทางเดิม ทางลงด้านล่างถ้ำ สิ่งที่ยับย่นในมือผม ไม่รู้ว่าจะมอบให้แก่ผู้ใด
ผมพยามยามถึงที่สุดแล้ว!
รถ
ผมผ่านหน้าร้านหนังสือ ผมฝากถุงกระดาษที่ช่องฝากของ เดินดูหนังสือออกใหม่ แต่ก็ไม่ได้ซื้อ เดินผ่านร้านซีดี แวะเข้าไปเลือกดู แต่ก็ไม่ได้ซื้อเช่นกัน ยังไม่ถึงเวลาซื้อของฟุ่มเฟือยเกินจำเป็นพวกนี้ ในเดือนนี้ ก็เท่านั้นเอง
ผมขับรถออกมาจากซุปเปอร์มาเก็ต ในใจยังนึกถึงเรื่องเมื่อคืนอยู่
ความฝัน แบบนั้นเกิดขึ้น เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ขณะขับเหลือบเห็นกระดาษที่จดไว้ในถุงกระดาษ
น่าแปลก กระดาษกลับอยู่ในรถ มันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ผมซื้อของโดยไม่ได้นำไปด้วยหรือ แล้วของหายไปไหน ไม่อยู่ในรถ กระดาษยับย่น ไม่มีตัวหนังสือใดพอจะอ่านออก
ผมรีบขับรถวกกลับไปทางเดิม เส้นทางกลับซุปเปอร์มาเก็ต อีกครั้ง กระดาษกลิ้งตกลงที่ปลายเท้า
เป็นไปได้ไหมว่า ผมคงหลงลืมของใช้ที่ซื้อไว้เอง
หรือว่า มันอาจไม่เคยมีทั้งของ ไม่มีทั้งผมในซุปเปอร์มาเก็ต เมื่อครู่นี้จริงๆ"
ข้างล่าง
ในถ้ำมืดมิดแห่งนั้น ผมรู้ว่ามันคือความฝันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
และในความฝัน เราเองไม่สามารถอ่านตัวหนังสือได้ เราจะจำได้แค่ว่า
เรานึกถึงใครอยู่ หรือ เราทำอะไรอยู่ เท่านั้นเอง
และหากมันเกิดขึ้นอีกครั้ง ผมจะอดทนให้นานกว่านั้น ก้าวเดินลงไปทางเดิมจนกว่าจะหมดลม
และส่งกระดาษยับย่น เปียกแฉะนี้ ให้ถึงมือใครสักคน ให้จงได้
กระดาษเปียกแฉะ
เหมือนมีใครสักคนเดินผ่าน ไม่มีใครเคยสนใจใส่ใจเรา ต่างก้าวเดินรีบเร่ง มุ่งหน้าสู่สำนักงานขนาดใหญ่ในเมืองหลวง รถมากมายแออัดเบียดเสียด เสียงแตรรถบางคันส่งเสียงต้อนรับเสียงแตรของรถอีกคัน ผสมผสานเป็นแนวดนตรีใหม่
นาฬิกาบนข้อมือของชายคนหนึ่งบอกเวลา เก้าโมงครึ่ง เขาเดินตรงมาทางเรา ยื่นมือมาหาเรา ซึ่งเป็นแค่กระดาษเปียกแฉะมอมแมม
ที่นอนอยู่ในแอ่งน้ำเน่า...ยาวนาน
นกฮูก69 2 พฤศจิกายน 2549