WAY

ทางนัย

posted on 20 Nov 2006 18:40 by lonesome-cities in WAY

นานๆ ปาริสุทธิ์ จะมีโอกาสเข้าไปทำธุระที่เมืองหลวง -บางกอก,ประเทศไทย
เขาเป็นนักวาดภาพโรคเนื้องอกในสมองทำให้เขาเป็นโรคตาบอดสี เห็นสีสันสดสวยกว่าความเป็นจริง
เมื่ออยู่ในเมืองหลวง เขาชอบนั่งแทกซี่สีชมพูสด
ความเพ้อฝันของปาริสุทธิ์ทำให้สีของแท็กซี่ช่วยเลือนสีเน่าของฝุ่นและอากาศมัวซัว
ปลายเดือนตุลาคม
วันนี้สิ้นเดือนตุลาคม
พรุ่งนี้เป็นวันใหม่แต่แน่หรือว่านั่นคือวันใหม่
ปาริสุทธิ์ออกไปยืนโบกรถแท็กซี่ริมถนน ในใจได้แต่ตะโกนถามตัวเอง แล้วเขาก็ร้องไห้

นายนวมทอง ไพรวัลย์ (พ.ศ. 2489 - 31 ต.ค.2549) เป็นคนขับแท็กซี่ อดีตพนักงานการไฟฟ้าบางกรวย เมื่อวันที่ 30 กันยายนพ.ศ.2549 ได้ขับรถแท็กซี่พุ่งเข้าชนรถถังของ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า และได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่อมาในคืนวันที่ 31 ตุลาคมพ.ศ.2549 ได้ผูกคอตาย กับราวสะพานลอย บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ฝั่งขาออก เยื้องกับที่ตั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดยในจดหมายลาตายระบุ เพื่อลบคำสบประมาทของ
พ.อ.อัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค. ที่ว่า "ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้"


รถแท็กซี่คันหนึ่งขับวนเวียนอยู่ใน ทาง ถนนอันวกวนของบางกอก
บางครั้งผู้โดยสารเป็นคนเลือกเส้นทาง บางครั้งโชเฟอร์เป็นคนเลือกเส้นทาง
ชีวิตของคนขับรถจึงเกียวข้องกับการเลือกทางที่เหมาะสมกับจุดหมายของผู้โดยสาร

ปาริสุทธิ์นั่งในรถแท็กซี่ เขาชอบคุยกับคนขับรถแท็กซี่ ปาริสุทธิ์ไม่ใช่คนบางกอก
เขาจึงชอบฟังคนขับแท็กซี่-พูดถึงบางกอกและเขาชอบถามถึงจุดหมายปลายทางของคนขับมากกว่าบอกถึงเส้นทางที่ไปของตัวเอง

แต่ในคราวนี้ต่างออกไป ปาริสุทธิ์นั่งเงียบ โชเฟอร์นิ่งเงียบ เขาไม่ถามทาง ปาริสุทธิ์ไม่บอกทาง บางอย่าง เส้นทางเลือกกลับไม่ได้มีมากมายนัก
เขาเห็นหลังเสื้อของลุงคนขับ สกรีนด้วยบทกวี

อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านแรงมหาประชาชน

กุหลาบ สายประดิษฐ์

คืนวันที่ 31 ตุลาคม รถแท็กซี่คันนั้นมุ่งหน้าสู่ถนนวิภาวดี
ในความเงียบ ในหูของเขาได้ยินเสียงบทกวีซ้ำไปซ้ำมา
รถแท็กซี่สีชมพูคันนั่งเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถึงบริเวณสำนักงาน
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
เบื้องหน้า ปาริสุทธิ์เห็นทัศนียภาพแปลกตาออกไป
ขณะที่รถเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ เวลาเหมือนกลับหยุดนิ่ง หรือไม่ก็กลับกลายเป็นนิรันดร์
ปาริสุทธิ์อ่านทวนบทกวีแล้วซบหน้านิ่ง
น้ำตาไหลให้กับความเศร้าที่ว่า บางอย่าง-เส้นทางเลือกกลับไม่ได้มีมากมายนัก
รถแทกซี่ขับพุ่งเข้าไปในรถถังสีเขียว ก่อนทะลุออกไปสู่เส้นขอบฟ้าและสรวงสวรรค์



ทางนัย-นก ปักษนาวิน
18:2120112549

หมายเหตุ

ในคืนที่นายนวมทองแขวนคอตาย เขาตั้งใจสวมเสื้อยืดสีดำ สกรีนข้อความเป็นบทกวี ที่เคยใช้ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย [1]

ตื่นเถิดเสรีชน
อย่ายอมทนก้มหน้าฝืน
หอกดาบกระบอกปืน
หรือทนคลื่นกระแสเรา
อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านแรงมหาประชาชน

จิ้น กรรมาชน[2] เขียนบทกวีชื่อ "เขาชื่อ...นวมทอง" เพื่อคารวะต่อนายนวมทอง ไพรวัลย์

"เขาชื่อ...นวมทอง"

นวมทองขอพลีชีพ จุดประทีปแห่งสมัย

เกิดมาเื่พื่อรับใช้ พิทักษ์ไว้อุดมการณ์

เชื่อมั่นต่อจุดยืน เขาลุกขึ้นอย่างกล้าหาญ

คัดค้านเผด็จการ รัฐประหารน่าชิงชัง

เป็นเพียงสามัญชน พุ่งรถยนต์ชนรถถัง

หนึ่งคนมิอาจยั้ง เกินกำลังจะประลอง

วีรชนไม่ตายเปล่า หากปลุกเร้าเราทั้งผอง

คนซื่อชื่อนวมทอง จักเรียกร้องความเป็นธรรม

อ้างอิงจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


edit @ 2006/11/21 14:22:44

Alone in Pantip

posted on 10 Nov 2006 19:52 by lonesome-cities in WAY

คลิปวิดีโอขนาด 3 นาทีกว่าๆ ถ่ายทำจากศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ด้วยแนวคิดจากบทความชิ้นหนึ่งที่ผมเขียนไว้นานมากแล้ว เกี่ยวกับการเดินวนเวียน หลงทาง และไร้จุดหมาย อยู่ในศูนย์การค้าแห่งนี้ เพลงประกอบนำมาจากหนังเรื่อง Lost in Translation ชื่อเพลงว่า Alone in Tokyo ขอความกรุณาอดทนรอโหลดหน่อยนะครับ


edit @ 2006/11/10 19:57:21


edit @ 2006/11/10 20:41:09

ถนนแปลกหน้า

posted on 03 Nov 2006 20:31 by lonesome-cities in WAY

- 1 -

ผมเดินไปบนถนนสีเทา สีเทาเหมือนสีของควันบุหรี่ บุหรี่ที่ผมไม่ได้จุดขึ้นมาสูบ สูบแล้วพ่นควันสีเทา สีเทาเหมือนสีของเมฆหมอกบนฟ้า ท้องฟ้าที่ซ่อนสีสันตัวเองไว้ใต้เมฆฝน ฝนที่กำลังจะตก ตกลงมาไหลลามล้างถนน ถนนที่สีเทาไม่เคยซีดจางลง

ถนนทอดยาวไปบางหนแห่ง บางหนแห่งที่ผมไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน ก่อนการมีอยู่ของผม ผมที่กำลังชื้นสายฝน ฝนที่ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงการมีอยู่ของถนนแปลกหน้า หน้าบ้านของผมเอง

ตึกรามบ้านช่องสองข้างทาง ทางที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงก็เพียงผู้คน ผู้คนที่ผมรู้จักในวัยเยาว์ วัยเยาว์อันแสนงามและหมองเศร้า เศร้าเหมือนตึกรามบ้านช่องเก่าแก่ เก่าแก่จนกลายเป็นซากปรักแห่งอดีตท่ามกลางปูนซีเมนต์ใหม่และบ้านช่องห้องหอสีสันสวยงาม งามในปัจจุบันกาล กาลเวลาที่อดีตไม่กล้าฝันถึงและอนาคตรอคอยเงียบเชียบ เงียบเชียบจนได้ยินเสียงร่ำให้ของบ้านเก่า เก่าเหมือนถนนเส้นนี้

ผมเผชิญหน้ากับถนนจากข้างในบ้าน บ้านที่ผมไม่รู้จักอีกต่อไป ลับดับไปในกาลเวลา เวลาที่ทำให้ผนังกร่อนสีปูนเก่าแตกร้าวหลังคาน้ำตาไหล ไหลลงซึมบนพื้นที่ผมเหยียบยืน ยืนอยู่ในบ้านของตัวเองหรือบนถนนแปลกหน้านั้น

- 2 -

วันนี้ฝนตก ผมเดินจากร้านร้านหนังสือเก่าแก่กลับมาบ้าน โดยไม่มีหนังสือเล่มไหนติดมือมาเลยสักเล่ม หนังสือที่ต้องการยังมาไม่ถึง และที่มาถึงไม่มีสิ่งใดดึงดูดยั่วเย้าผมได้เลย แสงแดดสว่างไสวในยามบ่ายอันร้อนกว่าที่ควรจะเป็นสักเล็กน้อย สัมผัสอุ่นชื้นจากเหงื่อที่ผุดพรายบนแผ่นหลังบนศรีษะ และปลายจมูก ก้มหน้าดุ่มเดินในแสงแดดบ่าย ถนนเส้นนี้หลับตาก็เดินได้ ผมคิดในใจ เพราะผมเดินจากบ้านไปตามทางนี้ทุกวันตลอดระยะเวลา 6 ปีที่เรียนมัธยมในโรงเรียนประจำจังหวัด ร้านหนังสือ 2 ร้าน ร้านขายเทปหนึ่งร้าน และโรงหนังสามโรง ตำแหน่งแห่งที่ สัมผัสอันคุ้นเคย ร่องรอยแห่งวัยเยาว์ของตัวผม ผ่านเลยลับล่วงมานานนักหนา ผมยังคงสัญจรเส้นทางเดิมในบางเวลา เส้นที่ที่ผมคุ้นเคย

เสียงระเบิดวืดหวือลงตรงหัวมุมถนน กัมปนาทก้องไปทั่วรัศมีโดยรอบ เศษฝุ่นปลิวกระจายในสายลม ก้อนปูนเก่าแก่ ปลิวกระเด็นเข้ากระแทกร้านรองเท้